Logo-สำนักงานบัญชี-ARAC
เช็กด่วน! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เริ่มใช้ 1 ต.ค. 2569 ใครต้องจ่าย อัตราเท่าไหร่ และ HR ต้องเตรียมรับมืออย่างไร?
array(4) {
  [0]=>
  array(2) {
    ["src"]=>
    string(272) "https://www.arac.co.th/asset/images/imageStock/myImages/5660/%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87_1_558346.png"
    ["alt"]=>
    string(292) "เช็กด่วน! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เริ่มใช้ 1 ต.ค. 2569 ใครต้องจ่าย อัตราเท่าไหร่ และ HR ต้องเตรียมรับมืออย่างไร?
"
  }
  [1]=>
  array(2) {
    ["src"]=>
    string(140) "https://www.arac.co.th/asset/images/imageStock/myImages/5660/กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง_2_580709.png"
    ["alt"]=>
    string(292) "เช็กด่วน! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เริ่มใช้ 1 ต.ค. 2569 ใครต้องจ่าย อัตราเท่าไหร่ และ HR ต้องเตรียมรับมืออย่างไร?
"
  }
  [2]=>
  array(2) {
    ["src"]=>
    string(140) "https://www.arac.co.th/asset/images/imageStock/myImages/5660/กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง_3_580438.png"
    ["alt"]=>
    string(292) "เช็กด่วน! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เริ่มใช้ 1 ต.ค. 2569 ใครต้องจ่าย อัตราเท่าไหร่ และ HR ต้องเตรียมรับมืออย่างไร?
"
  }
  [3]=>
  array(2) {
    ["src"]=>
    string(140) "https://www.arac.co.th/asset/images/imageStock/myImages/5660/กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง_4_580570.png"
    ["alt"]=>
    string(292) "เช็กด่วน! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เริ่มใช้ 1 ต.ค. 2569 ใครต้องจ่าย อัตราเท่าไหร่ และ HR ต้องเตรียมรับมืออย่างไร?
"
  }
}
เช็กด่วน! กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เริ่มใช้ 1 ต.ค. 2569 ใครต้องจ่าย อัตราเท่าไหร่ และ HR ต้องเตรียมรับมืออย่างไร?
อัปเดตล่าสุด : 08/09/2026

บทความนี้สรุปทุกประเด็นสำคัญ ตั้งแต่เกณฑ์สถานประกอบการ อัตราเงินหักสะสม เงื่อนไขการรับเงินคืน ไปจนถึง Checklist การเตรียมตัวขององค์กร เพื่อให้ธุรกิจปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้านกฎหมายแรงงานที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ฝ่ายบัญชีการเงิน และเจ้าของกิจการต้องจับตาอย่างใกล้ชิด คือการบังคับใช้การจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเข้า "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง" ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 132 เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างที่ประสบความเดือดร้อนจากการที่นายจ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งหลังจากได้รับการผ่อนผันมาอย่างต่อเนื่อง กองทุนดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้จริงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

 

ใครบ้างที่ต้องเข้าสู่ระบบ "กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง"?

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันทางการเงินแก่ลูกจ้างเมื่อสิ้นสุดสภาพการจ้างงานหรือเสียชีวิต โดยกฎหมายกำหนดกลุ่มเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน ดังนี้

 

เกณฑ์และเงื่อนไขของสถานประกอบการ

จำนวนลูกจ้าง : สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป

สถานะกองทุนของบริษัท : เป็นสถานประกอบการที่ ยังไม่มี การจัดตั้ง "กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund: PVD)" หรือไม่มีระบบเงินสงเคราะห์อื่นตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงแรงงานกำหนด

 

กรณีพิเศษ : บริษัทมี PVD อยู่แล้ว รอดทุกคนจริงไหม?

คำตอบคือ "ไม่ครอบคลุมทุกคนโดยอัตโนมัติ" หากบริษัทมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว แต่องค์กรยังมีพนักงานบางกลุ่มที่ไม่ได้เป็นสมาชิก PVD นายจ้างจะต้องนำพนักงานกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่ระบบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ได้แก่

พนักงานที่ไม่สมัครใจเข้า PVD : กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นแบบสมัครใจ ดังนั้น ลูกจ้างคนใดไม่สมัครเข้า PVD นายจ้างต้องหักเงินส่งเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างแทน

พนักงานอยู่ระหว่างทดลองงาน : หากนโยบายบริษัทกำหนดให้สมัคร PVD ได้หลังผ่านทดลองงาน ช่วงเวลาที่ยังไม่เป็นสมาชิก PVD จะต้องถูกนำเข้าสู่ระบบกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

 

อัตราการหักเงินสะสมและเงินสมทบ

กฎหมายกำหนดโครงสร้างการจัดเก็บเงินออกเป็น 2 ช่วงเวลา เพื่อลดภาระต้นทุนของทั้งนายจ้างและลูกจ้างในช่วงเริ่มต้น

เปรียบเทียบอัตราเงินสะสมและเงินสมทบ

เฟสที่ 1 (1 ต.ค. 2569 – 30 ก.ย. 2574)

 - เงินสะสม (หักจากลูกจ้าง) : 0.25% ของค่าจ้าง

 - เงินสมทบ (จ่ายโดยนายจ้าง) :  0.25% ของค่าจ้าง

 - รวมนำส่งเข้ากองทุน : 0.50% ของค่าจ้าง

 

ตัวอย่างการคำนวณเงินหักและเงินสมทบ (ช่วงเฟสที่ 1 : อัตรา 0.25%)

ลูกจ้างเงินเดือน 15,000 บาท

ลูกจ้างถูกหักเงินสะสม = 37.50 บาท/เดือน

นายจ้างจ่ายเงินสมทบ = 37.50 บาท/เดือน

รวมนำส่งเข้ากองทุน = 75.00 บาท/เดือน

 

เฟสที่ 2 (1 ต.ค. 2574 เป็นต้นไป)

 - เงินสะสม (หักจากลูกจ้าง) : 0.50% ของค่าจ้าง

 - เงินสมทบ (จ่ายโดยนายจ้าง) :  0.50% ของค่าจ้าง

 - รวมนำส่งเข้ากองทุน : 1.00% ของค่าจ้าง

 

ตัวอย่างการคำนวณเงินหักและเงินสมทบ (ช่วงเฟสที่ 2 : อัตรา 0.50%)

ลูกจ้างเงินเดือน 15,000 บาท

ลูกจ้างถูกหักเงินสะสม = 75 บาท/เดือน

นายจ้างจ่ายเงินสมทบ = 75 บาท/เดือน

รวมนำส่งเข้ากองทุน = 150 บาท/เดือน

 

ลูกจ้างได้อะไร? เงื่อนไขการรับเงินคืนและผลประโยชน์

เงินในกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างไม่ใช่เงินที่จ่ายทิ้งหรือภาษี แต่เป็นทรัพย์สินของลูกจ้างที่จะได้รับคืนตามเงื่อนไข ดังนี้

ได้รับเงินคืนเมื่อสิ้นสุดสภาพการจ้าง : ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ เงินสะสม + เงินสมทบจากนายจ้าง + ดอกผลที่เกิดขึ้น

ครอบคลุมทุกกรณีการพ้นสภาพ : ไม่ว่าจะเกิดจาก การลาออกเอง สิ้นสุดสัญญาจ้าง เกษียณอายุ หรือถูกเลิกจ้าง ก็มีสิทธิได้รับเงินก้อนนี้คืนเต็มจำนวน

กรณีเสียชีวิต : เงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ที่ลูกจ้างทำหนังสือระบุไว้ หากไม่ได้ระบุไว้ จะตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมาย

 

เคลียร์ชัด 3 ข้อเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง

เข้าใจผิดที่ 1 : "ใช้หักลบกับค่าชดเชยการเลิกจ้างได้"

ความจริง : ไม่สามารถหักลบได้ เงินกองทุนนี้เป็นสิทธิประโยชน์แยกต่างหาก หากนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยไม่มีความผิด ยังคงต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามมาตรา 118 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ตามปกติ

 

เข้าใจผิดที่ 2 : "เป็นส่วนหนึ่งของเงินประกันสังคม"

ความจริง : คนละหน่วยงานและคนละกฎหมาย ประกันสังคมบริหารโดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ส่วนกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างบริหารงานภายใต้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

 

เข้าใจผิดที่ 3 : "บังคับเฉพาะบริษัทมหาชนหรือองค์กรขนาดใหญ่"

ความจริง : กฎหมายบังคับใช้กับสถานประกอบการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ดังนั้น ธุรกิจ SME ทั่วไปจึงอยู่ในเกณฑ์บังคับใช้ด้วยเช่นกัน

 

กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างที่จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นกฎหมายภาคบังคับสำหรับกิจการที่มีลูกจ้าง 10 คนขึ้นไปที่ไม่มี PVD แม้ในอัตราเริ่มต้น (0.25%) จะดูไม่สูงนัก แต่ก็มีหลายเสียงที่ยังไม่เข้าใจและเห็นด้วยกับการเก็บเงินเข้ากองทุน

 

บริการ
ข่าว
Copyright © 2025 A.R. Accounting & Consultant Co., Ltd. All Right reserved.