Logo-สำนักงานบัญชี-ARAC
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ธุรกิจบริการ: 7%, 0% หรือ Out of VAT ยื่นแบบไหนให้เป๊ะ ไม่โดนปรับ?
array(1) {
  [0]=>
  array(2) {
    ["src"]=>
    string(560) "https://www.arac.co.th/asset/images/imageStock/myImages/5660/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3_%E0%B8%A2%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%8A%E0%B8%B0_%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%82%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A_143354.jpg"
    ["alt"]=>
    string(205) "ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ธุรกิจบริการ: 7%, 0% หรือ Out of VAT ยื่นแบบไหนให้เป๊ะ ไม่โดนปรับ?
"
  }
}
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ธุรกิจบริการ: 7%, 0% หรือ Out of VAT ยื่นแบบไหนให้เป๊ะ ไม่โดนปรับ?
อัปเดตล่าสุด : 11/06/2026

คู่มือภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับธุรกิจบริการยุคดิจิทัล สรุปชัดเจน 4 กรณีการให้บริการข้ามประเทศ แบบไหนเสีย 7% แบบไหน 0% หรือไม่อยู่ในระบบ VAT พร้อมวิธีเตรียมเอกสารให้สรรพากร

การดำเนินธุรกิจในยุคดิจิทัลที่ไร้พรมแดน เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถให้บริการลูกค้าได้ทั่วโลก  และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถดึงบริการจากต่างประเทศมาให้บริการลูกค้าในไทยได้ แต่สิ่งหนึ่งที่มักสร้างความปวดหัวให้กับเจ้าของธุรกิจและนักบัญชีอยู่เสมอ คือเรื่องของ "ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)" โดยเฉพาะเมื่อมีการให้บริการที่เกี่ยวโยงกับต่างประเทศ

การทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ทางภาษีที่ถูกต้อง ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการถูกประเมินภาษีย้อนหลังและเบี้ยปรับ แต่ยังเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร โดยเฉพาะเมื่อต้องดีลงานกับบริษัทข้ามชาติ (MNCs) หรือลูกค้าระดับองค์กร

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับธุรกิจบริการ แบ่งออกเป็น 4 กรณีหลักที่พบบ่อย เพื่อให้คุณจัดการเรื่องภาษีได้อย่างมืออาชีพ

การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

(1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ

(2) การนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า

 

การให้บริการในราชอาณาจักรหมายถึง บริการที่ทำในราชอาณาจักรโดยไม่คำนึงว่าการใช้บริการนั้นจะอยู่ในต่างประเทศหรือในราชอาณาจักร

การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรให้ถือว่าการให้บริการนั้น เป็นการให้บริการในราชอาณาจักร

 

1. ทำ/สร้างบริการในประเทศ ให้บริการในประเทศ

นี่คือรูปแบบที่พบได้ทั่วไปมากที่สุด เช่น บริษัทของคุณรับจ้างเขียนเว็บไซต์ ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ หรือรับทำบัญชีให้กับบริษัทที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

หลักภาษี : ต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากผู้รับบริการ

เกณฑ์ทางกฎหมาย : เข้าข่ายการให้บริการในราชอาณาจักร

สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำ : เมื่อได้รับชำระเงินค่าบริการ (Tax Point เกิดขึ้นเมื่อรับเงิน) ต้องออกใบกำกับภาษี (Tax Invoice) ให้ถูกต้องครบถ้วน หลังจากนั้นนำยอดขายและภาษีขายที่เกิดขึ้น ไปรวมยื่นในแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 23 หากยื่นผ่านระบบ e-Filing)

2. ทำ/สร้างบริการในประเทศ แต่ส่งออกบริการไปนอกประเทศ

หากบริษัทของคุณรับจ้างออกแบบกราฟิก พัฒนาซอฟต์แวร์ หรือทำการตลาดออนไลน์ ให้กับลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศ และ "ผลของงานนั้นถูกนำไปใช้ในต่างประเทศทั้งหมด"

หลักภาษี : ได้รับสิทธิ์คิด VAT 0%

เกณฑ์ทางกฎหมาย : ถือเป็นการส่งออกบริการ

สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำ : ออกใบกำกับภาษีโดยระบุอัตรา 0%

ข้อควรระวัง : ต้องเก็บหลักฐานให้รัดกุมที่สุด เพื่อพิสูจน์ให้กรมสรรพากรเห็นว่าผลงานถูกใช้ในต่างประเทศ 100% เช่น สัญญาจ้างระบุสถานที่ใช้งานชัดเจน, หลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศและอีเมลส่งมอบงาน หากมีพนักงานของลูกค้าในต่างประเทศนำผลงานนั้นกลับมาใช้ในไทยแม้แต่นิดเดียว สรรพากรจะตีความว่าต้องเสีย VAT 7% ทันที

 

3. ทำ/สร้างบริการจากนอกประเทศ แต่นำมาใช้ในประเทศ (นำเข้าบริการ)

ในยุคที่ทุกธุรกิจต้องพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ กรณีนี้จึงเกิดบ่อยมาก เช่น การจ่ายค่าโฆษณา Facebook, Google Ads, ค่าเช่า Server ต่างประเทศ หรือจ้างที่ปรึกษาจากต่างประเทศที่ไม่มีสาขาในไทย

หลักภาษี : เสีย VAT 7% (แต่ผู้ประกอบการไทยต้องเป็นคนจ่ายแทน)

เกณฑ์ทางกฎหมาย : การจ่ายค่าบริการไปต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในไทย

สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำ : บริษัทต่างชาติจะไม่ออกใบกำกับภาษีของไทยให้คุณ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทย (ผู้จ่ายเงิน) มีหน้าที่ต้องนำส่ง VAT 7% ให้กรมสรรพากรแทนผู้ให้บริการ โดยใช้แบบ ภ.พ.36 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 ทางออนไลน์)

หมายเหตุ : ใบเสร็จรับเงินที่ได้จากกรมสรรพากรหลังจ่าย ภ.พ.36 สามารถนำมาเคลมเป็น "ภาษีซื้อ" ในแบบ ภ.พ.30 ของเดือนถัดไปได้

 

4. ทำ/สร้างบริการนอกประเทศ และผู้ใช้บริการอยู่นอกประเทศ

กรณีนี้คือการที่บริษัทไทย ส่งทีมงานเดินทางไปให้บริการที่ต่างประเทศ และผลของงานก็เสร็จสิ้นและใช้งานในต่างประเทศ เช่น ส่งวิศวกรไปซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่โรงงานในประเทศเวียดนาม

หลักภาษี : ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

เกณฑ์ทางกฎหมาย : ไม่ถือเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร

สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำ : ออกใบแจ้งหนี้ (Invoice) หรือ ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) แบบปกติ โดยไม่ต้องระบุยอด VAT รายได้ส่วนนี้ ไม่ต้อง นำไปกรอกเพื่อยื่นในแบบ ภ.พ.30 ต้องเก็บหลักฐานการเดินทางและการทำงานในต่างประเทศให้ชัดเจน เช่น ตั๋วเครื่องบิน, รายงานการปฏิบัติงาน (Timesheet) ที่มีลายเซ็นลูกค้ารับรองที่หน้างาน เพื่อเป็นเกราะป้องกันหากถูกตรวจสอบ

 

สรุปสำหรับผู้ประกอบการ

การแยกประเภทบริการให้ถูกต้อง คือด่านแรกของการวางแผนภาษีที่มีประสิทธิภาพ จุดที่ผู้ประกอบการหลายรายมักพลาดคือความสับสนระหว่าง VAT 0% (ต้องยื่น ภ.พ.30 และเคลมภาษีซื้อในประเทศได้) กับ Out of VAT (อยู่นอกระบบ ไม่ต้องยื่น ภ.พ.30)

การจัดเตรียมเอกสาร Support เช่น สัญญาจ้าง (Contract) ที่ระบุขอบเขตและสถานที่ใช้งานอย่างรัดกุม รวมถึงการจัดเก็บ Invoice และหลักฐานการโอนเงินอย่างเป็นระบบ จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคง ปลอดภัยจากการประเมินภาษีย้อนหลัง และสร้างมาตรฐานความโปร่งใสในระดับสากล

 

บริการ
ข่าว
Copyright © 2025 A.R. Accounting & Consultant Co., Ltd. All Right reserved.