Logo-สำนักงานบัญชี-ARAC
ปรับเพดานภาษีเพิ่มขึ้น สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นด้วย
array(1) {
  [0]=>
  array(2) {
    ["src"]=>
    string(423) "https://www.arac.co.th/asset/images/imageStock/myImages/5660/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99_530651.jpg"
    ["alt"]=>
    string(146) "ปรับเพดานภาษีเพิ่มขึ้น สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นด้วย
"
  }
}
ปรับเพดานภาษีเพิ่มขึ้น สิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้นด้วย
อัปเดตล่าสุด : 11/06/2026
จ่ายเพิ่มขึ้นแล้วได้อะไร? เจาะลึกการปรับเพดานเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ใหม่ สิทธิประโยชน์เงินทดแทนและบำนาญชราภาพที่ลูกจ้างจะได้รับเพิ่มขึ้น

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ปรับปรุงร่างกฎกระทรวงเพื่อกำหนดฐานค่าจ้างขั้นสูงที่ใช้ในการคำนวณเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนมาตรา 33 ใหม่ โดยจะปรับเพิ่มจากเดิมที่เพดานสูงสุด 15,000 บาท (บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2538) ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพในปัจจุบัน

 

การปรับเพดานเงินสมทบในครั้งนี้จะส่งผลโดยตรงต่อการทำเงินเดือนของฝ่ายบุคคล และฝ่ายบัญชี รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ผู้ประกันตนจะได้รับเพิ่มขึ้น โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

ไทม์ไลน์การปรับฐานเงินเดือนคำนวณเงินสมทบ (แบบขั้นบันได)

เพื่อให้ภาคธุรกิจและผู้ประกันตนได้มีเวลาปรับตัว สำนักงานประกันสังคมจึงกำหนดแผนการปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดแบบค่อยเป็นค่อยไป ดังนี้

ระยะที่ 1 (ปี 2569 - 2571)

ฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 17,500 บาท (นำส่งเงินสมทบสูงสุด 875 บาท/เดือน) เพิ่มจากเดิม +125 บาท

ระยะที่ 2 (ปี 2572 - 2574)

ฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท (นำส่งเงินสมทบสูงสุด 1,000 บาท/เดือน) เพิ่มจากเดิม +250

ระยะที่ 3 (ปี 2575 เป็นต้นไป)

ฐานค่าจ้างสูงสุดไม่เกิน 23,000 บาท (นำส่งเงินสมทบสูงสุด 1,150 บาท/เดือน) เพิ่มจากเดิม +400

(หมายเหตุ : ฐานค่าจ้างขั้นต่ำยังคงกำหนดไว้ที่ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1,650 บาทเช่นเดิม)

 

สรุปสิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับเพิ่มขึ้น ช่วงปี 2569 – 2571 (ฐานค่าจ้าง 17,500 บาท)

แม้ผู้ที่มีฐานเงินเดือนสูงกว่า 15,000 บาทจะต้องถูกหักเงินสมทบแต่ละเดือนเพิ่มขึ้น (และนายจ้างต้องสมทบในส่วนของบริษัทเพิ่มขึ้นในอัตรา 5% เท่ากัน) แต่สิทธิประโยชน์เงินทดแทนและเงินบำนาญที่จะได้รับกลับคืนมาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย ตัวอย่างการปรับสิทธิประโยชน์ในแต่ละระยะ มีดังนี้

 

ช่วงปี 2569 – 2571 (ฐานค่าจ้าง 17,500 บาท)

เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย/ว่างงาน/ทุพพลภาพ : สูงสุด 8,750 บาท/เดือน

เงินสงเคราะห์คลอดบุตร : 26,250 บาท/ครั้ง

เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต : 105,000 บาท

เงินบำนาญชราภาพ : ส่งครบ 15 ปี รับ 3,500 บาท/เดือน | ส่งครบ 25 ปี รับ 6,125 บาท/เดือน

 

สิ่งที่นักบัญชีและผู้ประกอบการต้องเตรียมพร้อม

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ผู้ประกอบการต้องเตรียมวางแผนงบประมาณสำหรับรายจ่ายสวัสดิการพนักงานที่เพิ่มขึ้นล่วงหน้า เนื่องจากฝั่งนายจ้างจะต้องนำส่งเงินสมทบในสัดส่วนที่เท่ากับลูกจ้าง นอกจากนี้ ฝ่ายบัญชีและ HR ควรเตรียมความพร้อมในการอัปเดตระบบโปรแกรมคำนวณเงินเดือน (Payroll) และการยื่นภาษี เพื่อให้สอดคล้องกับฐานการหักเงินสมทบใหม่ที่จะเริ่มในต้นปี 2569 นี้

 

เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการและฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ลดภาระงานเอกสาร ประหยัดเวลา และดำเนินธุรกิจได้อย่างราบรื่น ARAC พร้อมให้บริการดูแลจัดการงานด้านประกันสังคมอย่างครบวงจร ด้วยความถูกต้อง แม่นยำ และตรงต่อเวลา

บริการ
ข่าว
Copyright © 2025 A.R. Accounting & Consultant Co., Ltd. All Right reserved.