เข้าสู่ปี 2568 อย่างเต็มตัว! สำหรับมนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้ทุกคน การวางแผนภาษีตั้งแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากที่สุด ยิ่งปีนี้มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่น่าสนใจเพิ่มเข้ามา เราสรุป Checklist รายการลดหย่อนภาษีปี 2568 มาให้คุณครบจบในที่เดียว ตามหมวดหมู่ดังนี้ครับ
1. ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว (พื้นฐานที่ห้ามพลาด)
กลุ่มนี้เป็นสิทธิพื้นฐานที่ทุกคนได้รับ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลตนเองและครอบครัว
ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท (ทุกคนได้สิทธิ์ทันที)
คู่สมรส (ไม่มีรายได้): 60,000 บาท
บุตร: คนแรก 30,000 บาท | คนที่ 2 เป็นต้นไป (เกิดตั้งแต่ปี 2561) รับเพิ่มเป็น 60,000 บาท
ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร: ตามจริงไม่เกิน 60,000 บาท
ค่าอุปการะเลี้ยงดู:
- พ่อแม่ (อายุ 60 ปีขึ้นไป): คนละ 30,000 บาท (รวมพ่อแม่คู่สมรสด้วย)
- ผู้พิการ/ทุพพลภาพ: คนละ 60,000 บาท
2. กลุ่มประกัน การออม และการลงทุน (สร้างความมั่นคงพร้อมลดหย่อน)
กลุ่มนี้เป็นหัวใจสำคัญของการ "เปลี่ยนภาษีเป็นเงินออม" โดยมีเพดานสำคัญที่ต้องจำคือ กลุ่มเกษียณรวมกันต้องไม่เกิน 500,000 บาท
ประกันสังคม:
- มาตรา 33: สูงสุด 9,000 บาท
- มาตรา 39: 5,184 บาท
ประกันชีวิตและสุขภาพตนเอง (รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท):
- ประกันชีวิตทั่วไป/เงินฝากแบบมีประกัน: ลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุด 100,000 บาท
- ประกันสุขภาพตนเอง: ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท (เมื่อรวมกับประกันชีวิตต้องไม่เกิน 1 แสน)
ประกันชีวิตคู่สมรสและประกันสุขภาพพ่อแม่
- ประกันชีวิตคู่สมรส (กรณีไม่มีเงินได้): ลดหย่อน 10,000 บาท
- ประกันสุขภาพพ่อแม่ (ทั้งพ่อแม่ตนเองและคู่สมรส กรณีไม่มีเงินได้) ทุกคนรวมกันไม่เกิน 15,000 บาท
กองทุนเพื่อการเกษียณ (กลุ่มนี้รวมกันไม่เกิน 500,000 บาท):
- ประกันชีวิตบำนาญ: 15% ของรายได้ (ไม่เกิน 200,000 บาท)
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD): 15% ของรายได้ (ไม่เกิน 500,000 บาท)
- กองทุนบำเหน็จบำนาญ (กบข.) / กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน: ตามจริงไม่เกิน 500,000 บาท
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF): 30% ของรายได้ (ไม่เกิน 500,000 บาท)
- กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.): 30,000 บาท
กองทุน Thai ESG (ไฮไลท์สำคัญ!):
- กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG): ลดหย่อนได้ 30% ของรายได้ ไม่เกิน 300,000 บาท
(1 มกราคม 2567 – 31 ธันวาคม 2569)
- กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ
- ค่าซื้อหน่วยลงทุน: 30% ของรายได้ ไม่เกิน 300,000 บาท
- สับเปลี่ยนจาก LTF ไม่เกิน 300,000 บาท
3. ค่าลดหย่อนกระตุ้นเศรษฐกิจ (มาตรการพิเศษปี 68)
ปีนี้รัฐสนับสนุนการจับจ่ายและการท่องเที่ยว โดยมีรายการที่น่าจับตามอง ได้แก่:
ดอกเบี้ยบ้าน: ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท
ลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม: รวมกันไม่เกินกรณีละ 100,000 บาท
ซื้อและติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV 1 ม.ค. 67 - 31 ธ.ค. 69 เฉพาะเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ): เพิ่ม 1 เท่าตามที่จ่ายจริง
Easy E-Receipt 2.0: ช้อปสินค้า/บริการ (16 ม.ค. - 28 ก.พ. 68) ต้องขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ ลดหย่อนได้สูงสุด 50,000 บาท
ค่าจ้างก่อสร้างบ้านใหม่: (สัญญาช่วง 9 เม.ย. 67 - 31 ธ.ค. 68) ทุก 1 ล้านบาท ลดหย่อนได้ 10,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
ท่องเที่ยวเมืองรอง (เที่ยวดีมีคืนภายในประเทศ): (ช่วง 29 ต.ค. - 15 ธ.ค. 68) ลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท
งานศิลปะ: สูงสุด 30,000 บาท
4. ค่าลดหย่อนเงินบริจาค (ยิ่งให้ ยิ่งได้)
หลังจากหักค่าลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว สามารถนำเงินบริจาคมาลดหย่อนได้อีก
บริจาคพรรคการเมือง: สูงสุด 10,000 บาท
บริจาคเพื่อการศึกษา/กีฬา/รพ.รัฐ: ลดหย่อนได้ 2 เท่า ของยอดบริจาคจริง (แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย)
บริจาคทั่วไป: ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้
