
การมีรายได้จากต่างประเทศ ต้องนำรายได้เหล่านั้นมาคิดและยื่นภาษีด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานในไทยให้กับนายจ้างที่อยู่ต่างประเทศ, ทำงานในไทยแล้วส่งงานให้กับนายจ้างที่อยู่ต่างประเทศ การไปประกอบกิจการในต่างประเทศและส่งเงินเข้ามาในไทย การนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ เช่น หุ้น เป็นต้น และภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการส่งสินค้าไทยออกไปขายยังต่างประเทศ
เมื่อไม่นานมานี้กรมสรรพากร ได้มีการปรับปรุงวิธีการการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีมีเงินได้จากแหล่งเงินได้นอกประเทศ ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.161/2566 สำหรับผู้มีเงินได้จากแหล่งเงินได้นอกประเทศเนื่องจากหน้าที่การงาน หรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศจะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยให้ชัดเจนและสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ผู้มีเงินได้จะต้องเสียภาษีต่อเมื่อนำเงินได้พึงประเมินดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย ทั้งนี้ หากผู้มีเงินได้ถูกเก็บภาษีไว้ในประเทศแหล่งเงินได้แล้ว ผู้มีเงินได้สามารถนำภาษีที่ถูกประเทศแหล่งเงินได้ที่มีการทำอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทยเก็บไว้มาใช้เป็นเครดิตภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในอนุสัญญาภาษีซ้อน
* เงื่อนไข ผู้มีเงินได้เกิดจากแหล่งนอกประเทศในปีภาษีที่ล่วงมาแล้วจะต้องเสียภาษีเงินได้ ในประเทศไทยก็ต่อเมือเข้าองค์ประกอบทั้ง 2 ประการ ดังต่อไปนี้
(1) ผู้มีเงินได้เป็น ผู้อยู่ในประเทศไทย ในปีภาษีนั้นชั่วระยะเวลาหนึ่งหรือหลายระยะเวลา รวมทั้งหมดถึง 180 วัน และ
(2) ผู้มีเงินได้ นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีนั้นด้วย
ตัวอย่างการนำเงินได้กลับมาในประเทศที่ต้องเสียภาษีและไม่ต้องเสียภาษี
- มีเงินได้พึ่งเกิดขึ้น และนำรายได้เข้ามาในไทยตั้งแต่ 1 ม.ค. 67 แล้วอยู่ในไทยมากกว่า 180 วัน ต้องเสียภาษี
- มีเงินได้พึ่งเกิดขึ้น และนำรายได้เข้ามาในไทยตั้งแต่ 1 ม.ค. 67 แต่อยู่ในไทยน้อยกว่า 180 วัน ไม่ต้องเสียภาษี
- มีเงินได้พึ่งเกิดขึ้น และนำรายได้เข้ามาในไทยตั้งแต่ 1 ม.ค. 67 แล้วอยู่ในไทยมากกว่า 180 วัน แต่ประเทศแหล่งเงินได้เก็บภาษีเรียบร้อยแล้ว ผู้มีเงินได้สามารถนำภาษีที่ถูกเก็บไปแล้วมาเป็นเครดิตภาษีได้