ข่าวสาร > ข่าวภาษี
2019-01-15 13:22:28
วิธีรับ VAT คืน 5 % เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 กุมภาพันธ์
วิธีรับสิทธิ์คืน VAT 5 % เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต ตั้งแต่วันที่ 1 – 15 กุมภาพันธ์

         มาตรการหนุนการใช้จ่ายของประชาชนยังมีออกมาเรื่อย ๆ แม้ว่าในปีที่ผ่านมามาตราช้อปช่วยชาติ จะหนุนการซื้อสินค้าและใช้บริการกับ สินค้าบางกลุ่มเท่านั้น แต่ในปี 2562 รัฐบาลได้เห็นชอบ “มาตรการส่งเสริมการชำระเงิน เพื่อซื้อสินค้าและบริการและการนำส่งข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่มผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” โดยเป็นมาตรการคืน VAT หรือภาษีมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ชำระเงินในการซื้อสินค้าและบริการที่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม (ไม่รวมถึงสินค้าและบริการที่มีภาษีสรรพสามิต) ด้วยบัตรเดบิตของตนเองทุกประเภทที่ออกภายในประเทศไทย และได้ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตในประเทศไทยกับผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้ระบบบันทึกการเก็บเงิน (Point of Sale: POS) เริ่มตั้งแต่วันที่ 1-15 กุมภาพันธ์ 2562

          โดยเงินคืนดังกล่าว จะมีอัตราการคืนเงินอยู่ที่ 5% ซึ่งจะจ่ายเงินชดเชยสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน เข้าในระบบพร้อมเพย์ที่ใช้เลขประจำตัวประชาชน สำหรับเงื่อนไขต่าง ๆ ในการขอรับสิทธิ์มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าขอคืน VAT 5% จะต้องมีบัตรเดบิตที่ตรงกับชื่อของตนเอง และลงทะเบียนพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน
  • ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ : https://www.vatcashback.epayment.go.th ก่อนถึงจะใช้สิทธิ์ในการขอคืน VAT (สามารถลงทะเบียนได้แล้ววันนี้)
  • ผู้ขอรับสิทธิ์จะต้องไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  • ยอดการซื้อสินค้า และบริการจะต้องเป็นยอดที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิต ระหว่างวันที่ 1-15 กุมภาพันธ์เท่านั้น
  • สามารถซื้อสินค้าและบริการได้สูงสุด 20,000 บาทต่อคน โดยจะรับเงินคืนสูงสุด 1000 บาทต่อคนเท่านั้น
  • หลังจากซื้อสินค้าและบริการจะได้รับเงินคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% ผ่านทางพร้อมเพย์ภายใน 15 วัน
  • ผู้ใช้สิทธิ์สามารถซื้อสินค้าได้ทุกรายการ ยกเว้น เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์และบุหรี่
  • การซื้อสินค้าและบริการจะต้องซื้อผ่านผู้ประกอบการร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีระบบ POS ช่วยเก็บบันทึกการขาย รายละเอียดสินค้า หรือพิมพ์ใบกำกับภาษี โดยจะเชื่อมต่อกับเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (EDC)

          ทั้งนี้มาตการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยส่งเสริมให้ประชาชนใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้เงินสด และเป็นการสนับสนุนการดำเนินงานตาม National e-Payment Master Plan อีกด้วย