ข่าวสาร > ข่าวธุรกิจ
2018-11-16 14:50:44
อัพเดทกฎหมายใหม่
อัพเดทกฎหมายใหม่

1. การประกาศใช้ “คู่มือแนวทางการกำหนดมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมสำหรับนิติบุคคลในการป้องกันการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ”

ตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 มีการเพิ่มมาตรา 123/5 ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นการกำหนดความผิดฐานให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ หรือเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ รวมทั้งความรับผิดของนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้สินบนดังกล่าว โดยนิติบุคคลอาจไม่ต้องรับผิดหากมีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมในการป้องกันการให้สินบนนั้น เพื่อเป็นแนวทางให้นิติบุคคลในการกำหนดมาตรการป้องกันการให้สินบนอย่างเหมาะสมเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2560 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ให้ความเห็นชอบให้มีการประกาศใช้ “คู่มือแนวทางการกำหนดมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมสำหรับนิติบุคคลในการป้องกันการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ” โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้

ผู้ใด   
  •  มีความเกี่ยวข้องกับนิติบุคคล หมายความถึงเป็นลูกจ้าง ตัวแทน บริษัทในเครือ หรือบุคคลใดซึ่งกระทำการเพื่อหรือในนามของนิติบุคคล ไม่ว่าจะมีอำนาจหน้าที่ในการนั้นหรือไม่ก็ตาม 
  • กระทำผิดตามมาตรา 123/5 ไปเพื่อประโยชน์ของนิติบุคคล
นิติบุคคล
  • มีความผิดตามมาตรานี้ ถ้าไม่มีมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสม
  • โทษ: ปรับตั้งแต่หนึ่งเท่าแต่ไม่เกินสองเท่าของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นหรือประโยชน์ที่ได้รับ
มาตรการ
  • คู่มือแนวทางการกำหนดมาตรการควบคุมภายในที่เหมาะสมสำหรับนิติบุคคลในการป้องกันการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ขององค์การระหว่างประเทศ กำหนดมาตรการที่สำคัญ 8 ประการ
     

(1)  การป้องกันการให้สินบนต้องเป็นนโยบายสำคัญจากระดับบริหารสูงสุด            
(2)  มีการประเมินความเสี่ยงในการให้สินบนเจ้าหน้าที่ของรัฐ                
(3)  มีมาตรการเกี่ยวกับกรณีมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นการให้สินบนต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน    
(4)  มีมาตรการป้องกันการให้สินบนไปปรับใช้กับผู้ที่มีความเกี่ยวข้องทางธุรกิจกับนิติบุคคล    
(5)  มีระบบบัญชีที่ดี                                
(6)  มีแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคลที่สอดคล้องกับมาตรการป้องกันการให้สินบน        
(7)  มีมาตรการสนับสนุนให้มีการรายงานการกระทำความผิดหรือกรณีมีเหตุน่าสงสัย        
(8)  มีการทบทวนตรวจสอบและประเมินผลมาตรการป้องกันการให้สินบนเป็นระยะ    

ผลกระทบ     
ผลดี  :  ทำให้เกิดความชัดเจนสำหรับนิติบุคคลในการกำหนดมาตรการป้องกันการให้สินบนอย่างเหมาะสม
ผลเสีย  :  มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพิ่มขึ้น

2. การประกาศใช้ “พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ที่เกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล พ.ศ. 2560”  

ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับนับถัดจากวันที่ประกาศ แก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายเกี่ยวกับความรับผิดในทางอาญาของผู้แทนนิติบุคคล 76 ฉบับ โดยมีสาระสำคัญสรุปดังนี้ 

เดิม ใหม่

ความรับผิดของผู้แทนนิติบุคคลเชื่อมโยงกับความรับผิดทางอาญาของนิติบุคคล โดยแบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ

1.ผู้แทนนิติบุคคลมีความรับผิดเด็ดขาด (ผู้แทนนิติบุคคลต้องรับผิดเสมอเมื่อนิติบุคคลนั้นกระทำความผิด พิสูจน์เป็นอย่างอื่นไม่ได้) ex. มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ “ในกรณีที่บริษัทจำกัดใดกระทำความผิดตามมาตรา ๗ ถึงมาตรา ๒๔ กรรมการของบริษัทนั้น หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทนั้น ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท”

ผู้แทนนิติบุคคลมีความรับผิดของตนไม่อาศัยความเชื่อมโยงกับความผิดทางอาญาของนิติบุคคล ex. บัญญัติใหม่ มาตรา  25  พระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ “ในกรณีที่บริษัทจํากัดใดกระทําความผิดตามมาตรา  7 ถึงมาตรา  24  ถ้าการกระทําความผิดของบริษัทจํากัดนั้นเกิดจากการสั่งการหรือการกระทํา ของกรรมการ  หรือผู้จัดการ  หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของบริษัทจํากัดนั้น หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องสั่งการหรือกระทําการและละเว้นไม่สั่งการหรือไม่กระทําการ จนเป็นเหตุให้บริษัทจํากัดนั้นกระทําความผิด  ผู้นั้นต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท”

2.ผู้แทนนิติบุคคลมีความรับผิดร่วมกับนิติบุคคลโดยข้อสันนิษฐาน (ผู้แทนนิติบุคคลมีภาระหน้าที่ในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน) ex. มาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค “ในกรณีที่ผู้กระทําความผิด ซึ่งต้องรับโทษตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นนิติบุคคล กรรมการหรือผู้จัดการหรือผู้รับผิดชอบในการดำเนินการของนิติบุคคลนั้น ต้องรับโทษตามที่กฎหมายกําหนดสําหรับความผิดนั้นๆ ด้วย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทําความผิดของนิติบุคคลนั้น

ผลกระทบ : ผลดี เนื่องจากผู้แทนนิติบุคคลที่เป็นผู้สั่งการหรือกระทำการ หรือเป็นผู้มีหน้าที่แต่ไม่สั่งการหรือกระทำการตามหน้าที่เท่านั้นจึงจะเป็นผู้ต้องรับผิด ไม่ใช่กรรมการหรือผู้แทนนิติบุคคลทุกคนจะถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีที่นิติบุคคลกระทำความผิด และหากมีการฟ้องร้องกรรมการให้รับผิดทางอาญา โจทก์จะมีหน้าที่ต้องนำสืบว่าผู้แทนนิติบุคคลนั้นเป็นผู้สั่งการ หรือมีหน้าที่แต่ไม่สั่งการหรือไม่กระทำการจึงจะมีความผิดตามกฏหมายนั้น ๆ
3.ผู้แทนนิติบุคคลรับผิดร่วมกับนิติบุคคลโดยโจทก์ต้องมีการพิสูจน์ว่าผู้แทนนิติบุคคลทำ ex.มาตรา 69 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน “ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดเป็นนิติบุคคล ถ้าการกระทําความผิดของนิติบุคคลนั้น เกิดจากการสั่งการ หรือการกระทําของบุคคลใด หรือเกิดจากการไม่สั่งการ หรือไม่กระทําการอันเป็นหน้าที่ ที่ต้องกระทําของกรรมการผู้จัดการหรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบในการดําเนินงานของนิติบุคคลนั้น ผู้นั้นต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สําหรับความผิดนั้น ๆ ด้วย”  

3.คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๑/๒๕๖๐ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายเพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ

ประกาศราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๐ บังคับตั้งแต่ที่วันประกาศเป็นต้นไป ซึ่งแก้ไขกฎหมายที่สำคัญ 5 ฉบับ ได้แก่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจํากัด พระราชบัญญัติประกันสังคม และพระราชบัญญัติล้มละลาย โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้

ประเด็นที่แก้ไข กฎหมายเดิม คำสั่ง คสช. 21/2560 ผลกระทบ
1.การจด/แก้ไขทะเบียนบริษัทจำกัด  ต้องจดต่อสนง.ทะเบียนหุ้นส่วนที่บริษัทตั้งอยู่     แก้ไขให้สามารถจดทะเบียนต่อสนง.ทะเบียนหุ้นส่วนที่ใดก็ได้ ผลดี สะดวก 
2.การลด/ยกเว้นค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน/ตรวจเอกสารบริษัทจำกัด ไม่มี เนื่องจากปัจจุบันมีการติดต่อราชการโดยไม่ต้องยื่นเอกสาร หรือมีการเชื่อมโยงนิติบุคคลระหว่างหน่วยงานไม่จำเป็นต้องออกเอกสาร จึงให้อำนาจ รมต. ลด/ยกเว้นค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ ผลดี ลดค่าใช้จ่าย
3.เพิ่มเติมกิจการในการประชุมตั้งบริษัทจำกัด “(1) ทำความตกลงตั้งข้อบังคับต่าง ๆ ของบริษัท”

(1) ทําความตกลงตั้งข้อบังคับต่าง ๆ  ของบริษัท  ทั้งนี้  อาจกําหนดวิธีการแก้ไขปัญหาหรือ ข้อขัดแย้งที่ไม่สามารถหาข้อยุติระหว่างกรรมการหรือผู้ถือหุ้นไว้ด้วยก็ได้ทำความตกลงตั้งข้อบังคับต่าง ๆ ของบริษัท
ข้อความนอกนั้นคงเดิม

ไม่มีผลกระทบสำหรับบริษัทที่จัดตั้งแล้ว สำหรับบริษัทในเครือที่จะมีการจัดตั้งใหม่จะกำหนดวิธีแก้ปัญหาข้อขัดแย้งก็ได้ หรือจะไม่กำหนดก็ได้
4.การออกใบหุ้นของบริษัทจำกัด ใบหุ้นต้องลงนามโดยกรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนและประทับตราบริษัท กรรมการอย่างน้อยหนึ่งคนลงลายมือชื่อ ไม่ต้องประทับตรา เพื่อให้สอดคล้องกับการจดทะเบียนที่เป็นระบบออนไลน์มากขึ้น ไม่มีผลกระทบ ตามข้อบังคับของบริษัทข้อ 7 ไม่ได้กำหนดให้ประทับตราอยู่แล้ว
5.เพิ่มเติมระยะเวลาการจ่ายเงินปันผลบริษัทจำกัด ไม่ได้กำหนดระยะเวลา กำหนดให้จ่ายเงินปันผลภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่หรือกรรมการลงมติ  แล้วแต่กรณี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น

ไม่มีผลกระทบ สำหรับบริษัทมหาชนต้องจ่ายเงินปันผล(ถ้ามี) ภายใน  1 เดือนนับแต่มีมติอยู่ตาม พรบ.บริษัทมหาชน อยู่แล้ว

ผลเสีย สำหรับบริษัทจำกัดในเครือ ต้องดำเนินการจ่ายเงินปันผลภายในระยะเวลา มิฉะนั้นจะมีโทษปรับไม่เกินสองหมื่น (ส่วนดอกเบี้ยเงินปันผลค้างจ่าย คิดได้ตาม ม.224 เว้นแต่มีข้อบังคับกำหนดมิให้คิดดอกเบี้ยไม่ว่ากรณีใดๆ หรือเป็นกรณีตาม ม.1205)
6.เพิ่มเติมเหตุที่ศาลจะสั่งให้มีการเลิกบริษัทจำกัด เดิมมี 4 ข้อ เพิ่มข้อ 5 ในกรณีมีเหตุอื่นใดทําให้บริษัทนั้นเหลือวิสัยที่จะดํารงคงอยู่ต่อไปได้ เพื่อแก้ปัญหา Dead Lock

ไม่มีผลกระทบ สำหรับบริษัทมหาชน ซึ่งมีกฎหมายกำหนดไว้เฉพาะ

7.การร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นสำหรับบริษัทมหาชนจํากัด
  • ผู้ถือหุ้นที่เรียกประชุมวิสามัญได้ต้องมีจำนวนหุ้นไม่น้อยกว่า 1/5 (20%) ของจำนวนหุ้นที่จําหน่ายได้ทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 25 คน + รวมหุ้นได้ไม่น้อยกว่า 1/10 (10%) ของจำนวนหุ้นที่จําหน่ายได้ทั้งหมด 
  • โดยBOD ต้องจัดให้มีการประชุมภายใน  1 เดือน
  • บริษัทเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการประชุม
  • โทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
  • เพื่อคุ้มครองนักลงทุนรายย่อยให้มีสิทธิเรียกประชุมได้ง่ายขึ้น จึงได้แก้ไขให้ผู้ถือหุ้นไม่จำกัดจำนวนคน + รวมจำนวนหุ้นไม่น้อยกว่า 10% ของจำนวนหุ้นที่จําหน่ายได้ทั้งหมด พร้อมระบุเรื่องและเหตุผลในการที่ขอให้เรียกประชุมให้ชัดเจน มีสามารถเรียกประชุมวิสามัญ
  • ·โดย BOD ต้องจัดให้มีการประชุมภายใน  45 วัน
  • บริษัทเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการประชุม เว้นแต่มีผู้ร่วมประชุมไม่ครบเป็นองค์ประชุม ผู้ถือหุ้นที่เรียกประชุมร่วมกันรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • โทษ ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
ผลเสีย การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นได้ง่ายขึ้นอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัท และเสียค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม

8.การตั้งผู้ตรวจสอบกิจการของบริษัทโดยผู้ถือหุ้นบริษัทมหาชนจํากัด

  • ผู้ถือหุ้น1/5 (20%) ของจำนวนหุ้นที่จําหน่ายได้ทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า1/3 ของจำนวนผู้ถือหุ้นทั้งหมด มีสิทธิยื่นคำขอต่อนายทะเบียน เพื่อแต่งตั้งผู้ตรวจสอบ
  • เพื่อคุ้มครองนักลงทุนรายย่อยให้มีสิทธิตรวจสอบกิจการของบริษัท โดยแก้ไขให้ผู้ถือหุ้นไม่จำกัดจำนวนคน + รวมจำนวนหุ้นไม่น้อยกว่า 5% ของจำนวนหุ้นที่จําหน่ายได้ทั้งหมดมีสิทธิยื่นคำขอต่อนายทะเบียน เพื่อแต่งตั้งผู้ตรวจสอบ
ผลเสีย ผู้ถือหุ้นมีสิทธิตรวจสอบกิจการของบริษัทได้ง่ายขึ้นอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัท
9.การจัดทำ/แก้ไขข้อบังคับการทำงาน
  • ต้องส่งสำเนาข้อบังคับที่จัดทำ/แก้ไข ให้อธิบดีภายใน 7 วัน
  • แก้ไขในสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน นายจ้างสามารถสำเนาในรูปแบบไฟล์ ผ่านระบบ Eservice และข้อบังคับนั้นให้มีผลทันที
ผลดี สะดวกในการดำเนินธุรกิจ
10.การขยายระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมของนายจ้าง
  • ไม่มี
  • ให้อำนาจรมต.ในการขยายเวลาการส่งเงินสมทบออกไปถ้ามีเหตุสุดวิสัย/เหตุจำเป็น  เพื่อจูงใจนายจ้างเข้าสู่ระบบมากขึ้น โดยปัจจุบันได้มีการประกาศขยายระยะการส่งเงินสมทบออกไปอีก7 วัน หากส่งเงินสมทบผ่านระบบ E-Payment
ผลดี สะดวกในการดำเนินธุรกิจ
11.การกำหนดระยะเวลาบังคับชำระหนี้ของเจ้าหนี้มีประกันในคดีล้มละลาย
  • ห้ามเจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
  •  ห้ามเจ้าหนี้มีประกันบังคับชำระหนี้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล หรือเมื่อพ้นระยะเวลา  1 ปีนับแต่ศาลได้รับคำร้องขอขยายได้อีกไม่เกินสองครั้ง ครั้งละหกเดือน
  • เพื่อให้มีกรอบเวลาชัดเจนสำหรับเจ้าหนี้มีประกัน แม้ศาลไม่อนุญาตให้นำทรัพย์สินออกขายทอดตลาด แต่เมื่อพ้นระยะเวลาโดยประมาณ 2 ปี เจ้าหนี้ก็สามารถนำทรัพย์สินออกขายได้เพื่อชำระหนี้ได้
ผลดี กรณีบริษัทเป็นเจ้าหนี้มีประกัน และลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการล้มละลายหรือฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้มีกรอบเวลาที่จะนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดได้แน่นอน
12.กรณีทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันในคดีล้มละลายไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน
  • ไม่มี
  • เพื่อมิให้เกิดการสูญเสียโดยเปล่าประโยชน์ กรณีทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน เจ้าหนี้สามารถออกขายทอดตลาดแล้วเก็บเป็นเงินไว้แทน
ผลดี กรณีลูกหนี้ที่วางหลักประกันเป็นสินค้าเกษตร ของสด ที่ไม่สามารเก็บไว้ได้นาน
13.การออกเสียงยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้
  • เจ้าหนี้ทุกกลุ่มมีสิทธิออกเสียงยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการของเจ้าหนี้
  • แก้ไขให้เจ้าหนี้ที่ไม่ได้รับผลกระทบหรือไม่ได้การคุ้มครองเยียวยาแล้วไม่มีสิทธิ์ออกเสียง เพื่อช่วยให้เจ้าหนี้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมีสิทธิ์ออกเสียงได้อย่างเต็มที่

ผลดี กรณีบริษัทเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ผลกระทบ

14.การโฆษณาคำสั่ง/คำพิพากษาของศาลโดยเจ้าหนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์
  • ไม่มี
  • การโฆษณาคำสั่ง/คำพิพากษาของศาลโดยเจ้าหนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้ถือว่าบุคคลทุกคนได้รับทราบ
ผลเสีย บริษัทต้องคอยติดตามสื่ออิเล็กทรอนิกส์ว่ามีรายชื่อลูกหนี้ของตนหรือไม่เพื่อยื่นขอรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลา
15.การติดต่อหน่วยงานราชการ ห้ามมิให้หน่วยงานราชการขอเอกสารที่ราชการออกให้จากประชาชนผู้ใช้บริการ
  • ไม่มี
  • ยกเลิกการขอสำเนาเอกสารที่ราชการออกให้จากผู้มาติดต่อราชการ
ผลดี ไม่เป็นภาระแก่ประชาชน