ข่าวสาร > ข่าวบัญชี
มนุษย์เงินเดือนรู้หรือยัง ได้เงินจากกองทุนประกันสังคมหลังเกษียณเท่าไร ?

     มนุษย์เงินเดือนที่จ่ายเงินประกันสังคมทุกเดือนทราบกันไหมว่า การที่คุณจ่ายเงินสะสมเข้ากองทุนประกันสังคม นอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์กรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ว่างงาน หรือเสียชีวิตแล้ว หากคุณจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมครบตามที่ทางหน่วยงานกำหนด หลังเกษียณอายุ จะได้รับเงินคืนในรูปแบบของเงินบำเหน็จ (เงินก้อน) หรือเงินบำนาญ (เงินรายเดือน) ด้วยเช่นกัน ซึ่งคุณสามารถเลือกวิธีการรับเงินหลังเกษียณอายุได้ 

     การสะสมเงินเข้ากองทุนถือเป็นการเก็บรายได้ส่วนหนึ่งไว้ใช้หลังเกษียณ ดังนั้นเมื่อคุณสะสมเงินเข้ากองทุนสามารถขอรับเงินส่วนนี้ได้ ซึ่งรายละเอียดการรับเงินส่วนนี้จะเป็นอย่างไร เรามาทำความเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกองทุนประกันสังคมกันเลย

กองทุนประกันสังคม คืออะไร?

     กองทุนที่ผู้ประกันตน หรือมนุษย์เงินเดือน ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์และไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ ซึ่งต้องมีรายได้และจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน เพื่อเป็นหลักประกันในการดำเนินชีวิต ตัวอย่างหลักประกันเช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเลี้ยงดูบุตร เงินชดเชยกรณีว่างงาน เงินบำเหน็จหรือเงินบำนาญ เป็นต้น

โดยผู้ประกันตนทุกคนมีหน้าที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมทุกเดือน โดยหักจากเงินเดือนในอัตรา 5 % ตัวอย่างเช่นได้รับเงินเดือน 10,000  บาท ก็จะถูกหัก 5% จากเงินเดือนหรือหักเงิน 500 บาทเข้ากองทุนประกันสังคม ซึ่งเงินที่หักเข้ากองทุนประกันสังคมสูงสุดไม่เกิน 750 บาทต่อเดือน  

 

เมื่อไหร่ที่เราจะได้รับเงินคืนจากประกันสังคม

การที่เราจะได้รับเงินคืนจากประกันสังคมนั้นขึ้นอยู่กับอะไรหลาย ๆ อย่างด้วยกัน ได้แก่ อายุ, สถานะความเป็นผู้ประกันตน, จำนวนเดือนที่จ่ายเงินสมทบ เป็นต้น ซึ่งวิธีการได้รับเงินคืนจากประกันสังคมมี 3 กรณีด้วยกัน ดังต่อไปนี้

  • กรณีที่ 1 : ผู้ประกันตนจ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมเกิน 180 เดือนและต้องมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงจะได้รับเงินรายเดือนใช้ตลอดชีวิต ซึ่งการคำนวณเงินบำนาญชราภาพจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ และค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (ไม่เกิน 15,000 บาท) แต่ถ้าจ่ายเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน จะได้รับเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุก 12 เดือน

  • กรณีที่ 2 : จ่ายเงินสมทบมากกว่า 12 เดือน แต่ไม่เกิน 180 เดือนและมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง จะได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับจำนวนเงินสมทบของตนเอง บวกกับเงินสมทบในส่วนของนายจ้างและรัฐบาล และผลประโยชน์ตอบแทน (ผลกำไรจากกองทุนประกันสังคมนำเงินไปลงทุน)

  • กรณีที่ 3 : จ่ายเงินสมทบไม่ถึง 12 เดือนและมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ เมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง จะได้รับเงินบำเหน็จ (เงินก้อนครั้งเดียว) เท่ากับจำนวนเงินที่จ่ายสมทบกองทุนประกันสังคม ตัวอย่างเช่น จ่ายเงินสมทบของตนเอง 750 บาท/เดือน ในระยะเวลา 11 เดือน ดังนั้นผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำเหน็จเท่ากับ 750*11 หรือ 8,250 บาท

2019-11-01 08:57:36
คำแนะนำทำบัญชีแผนที่นำทางสู่ความสำเร็จ

       การทำบัญชีให้ถูกต้องถือเป็นสิ่งที่นักทำบัญชีทุกบริษัทต้องตระหนักถึงเสมอ เพราะการทำบัญชีที่ถูกต้องก็มีผลต่อความสำเร็จของบริษัทเช่นเดียวกัน

       “สุริยะ ธีรวัฒนสาร” นายกสมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย ได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่อยากจะประสบความสำเร็จด้วยการทำบัญชี ดังนี้ ช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องมองให้ไกล ควรคิดไว้ก่อนเลยว่า ธุรกิจของเราจะเติบโตและมีระบบ ซึ่งผู้ประกอบการต้องฝึกฝนลงบัญชี และจัดโครงสร้างบัญชีเหมือนธุรกิจขนาดใหญ่ตั้งแต่ช่วงก่อตั้งธุรกิจ

        มีการจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีระบบ, ฝึกการออกใบกำกับภาษี ออกเช็ค และบันทึกทุกรายการ ทั้งรายได้และค่าใช้จ่าย แน่นอนการเริ่มต้นแบบนี้ แรกๆ อาจจะยุ่งยากมาก เพราะไม่คุ้นไม่ชิน แต่เมื่อทำไปสักพัก และมีวินัยในตัวเอง ระบบและวิธีการเหล่านี้จะค่อยๆ ขยายไปตามเนื้องานของธุรกิจแต่ละกลุ่ม แต่ละกิจกรรมถ้าบริษัทโตขึ้น ทุกอย่างก็โตตามระบบ และการลงรายการไว้จะช่วยลดการผิดพลาดในการจัดเก็บข้อมูลธุรกิจ ขณะเดียวกันผู้ประกอบการจะต้องตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง ควรเลิกระบบกงสี เพราะวิธีนี้จะทำให้เห็นข้อมูลทางการเงินที่แท้จริงของธุรกิจ เริ่มแรกผู้ประกอบการก็ตั้งเงินเดือนไว้ในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าธุรกิจเติบโตค่อยปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งวิธีเหล่านี้จะช่วยแยกให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงของบริษัท นอกจากนี้ผู้ประกิบการควรวางแผนเรื่องการจดทะเบียนธุรกิจด้วย ถ้าเพิ่มเริ่มต้น ควรเลือกระดับทุนจดทะเบียนให้เหมาะสม เพื่อเลือกรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากรัฐบาล เพราะภาษีสำหรับธุรกิจ SME กับบริษัททั่งไปจะมีอัตราที่แตกต่างกัน

 

2019-10-01 16:25:47
การวางระบบบัญชี

      การดำเนินธุรกิจของนิติบุคคลไม่ว่าจะเป็นการจดทะเบียนบริษัทขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ หรือห้างหุ้นส่วน มีหน้าที่จัดทำบัญชีและงบการเงินให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

ทำไมต้องจัดทำบัญชีและงบการเงินให้ถูกต้อง?

      เนื่องจากการจัดทำบัญชีและงบการเงิน จะทำให้กิจการทราบผลการดำเนินงาน ฐานะการเงินและความมั่นคงของกิจการ นอกจากนี้การจัดทำงบการเงินเป็นประโยชน์ต่อกิจการอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการวางแผนและการตัดสินใจดำเนินการส่วนต่าง ๆ ของกิจการ เพราะงบการเงินช่วยให้กิจการทราบจำนวนต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด 

 

ทำไมการวางระบบบัญชีถึงสำคัญกับธุรกิจขนาดย่อยและขนาดกลางด้วย

      นอกจากการจดทะเบียนบริษัท เพื่อจัดตั้งบริษัทจะต้องเกี่ยวข้องกับบัญชีแล้ว อย่าลืมคำนึงถึงการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย ซึ่งเป็นภาษีที่จัดเก็บจากกำไรสุทธิที่ได้รับจากการดำเนินกิจการ ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญและความสนใจในการเสียภาษีให้ถูกต้องตามแบบที่ได้กำหนดไว้

      ด้วยระบบบัญชีที่มีส่วนช่วยทำให้ธุรกิจขนาดกลางและธุรกิจขนาดย่อยมีการดำเนินการที่ดี มีความคล่องตัว ลดค่าใช้จ่าย และป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นได้

2019-09-03 16:57:11
รู้กันหรือยัง? ทำฟันด้วยสิทธิประกันสังคม ไม่ต้องสำรองจ่ายแล้ว เบิกได้สูงสุด 4,400 บาท

      สำหรับมนุษย์เงินเดือน เราจะต้องจ่ายประกันสังคมทุก ๆ เดือน ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้ผู้ประกันตนมีหลักประกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ตั้งแต่การเจ็บป่วย การคลอดบุตร ทุพพลภาพ ตาย สงเคราะห์บุตรชราภาพ และว่างงาน อย่างไรก็ตามการรับสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมก็มีเงื่อนไขต่าง ๆ อีกมากมายที่มนุษย์เงินเดือนต้องคอยตามข่าว เพราะเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ อย่างกรณีต่อไปนี้ ที่มนุษย์เงินเดือนทุกคนควรทราบ

      รู้กันหรือยังว่าตอนนี้ถ้าเข้าไปใช้สิทธิประกันสังคมด้านทันตกรรมในคลินิกที่มีป้าย “สถานพยาบาลแห่งนี้ ให้บริการผู้ประกันตนกรณีทันตกรรม ทำฟัน ไม่ต้องสำรองจ่าย” จะสามารถเข้ารับบริการได้เลย โดยไม่ต้องจ่ายไปก่อนแล้วเอามาเบิกให้ยุ่งยาก

      โดยมีเงื่อนไขคือต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ผู้ประกันตนภาคบังคับ และ 39 ผู้ประกันตนภาคสมัครใจ สามารถเบิกได้ในกรณีขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน หรือผ่าฟันคุด ในวงเงินรวมไม่เกิน 900 บาท/ปี และสำหรับใครที่ใส่ฟันปลอมยังได้สิทธิรับค่าฟันปลอมอีกด้วย โดยแยกเป็น 2 กรณี ดังนี้

  1. ฟันปลอมชนิดถอดได้บางส่วน : 1-5 ซี่ ได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 1,300 บาท 5 ซี่ขึ้นไป ได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 1,500 บาท

  2. ฟันปลอมชนิดถอดได้ทั้งปาก : บนหรือล่าง ได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิด 2,400 บาท บนและล่างได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 4,4000 บาท

 

มนุษย์เงินเดือนจ่ายเงินค่าประกันสังคมไปแล้วทุกเดือน อย่าลืมไปใช้สิทธิของตัวเองกันนะคะ

 

2019-08-21 11:31:27
รู้หรือไม่?  ค่าเครื่องแบบพนักงาน 1 ปี ใช้ได้กี่ชุด

       คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าบริษัทฯ ส่วนใหญ่มีการแจกเครื่องแบบให้กับพนักงาน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องแบบเต็มตัว หรือเพียงแค่เสื้อก็ตาม ซึ่งการแจกเครื่องแบบเหล่านี้มีข้อจำกัดบางอย่างอยู่ด้วย ไม่ใช่อยากแจกก็แจกได้เลย เพราะค่าใช้จ่ายเหล่านี้เกี่ยวข้องการการทำบัญชีและการเสียภาษีอีกด้วย ฉะนั้นตามไปดูกันดีกว่าว่าใน 1 ปี บริษัทสามารถให้เครื่องแบบพนักงานได้กี่ชุด และค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะจบลงอย่างไร 

 

ค่าเครื่องแบบที่ถือเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท

       บริษัทมีเครื่องแบบให้พนักงานได้ไม่เกินปีละ 2 ชุด/พนักงาน 1 คน โดยประกอบไปด้วยเสื้อนอก 1 ตัว/ปี ซึ่งเครื่องแบบนี้จะไม่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน แต่ให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท หรือนายจ้างแทน ส่วนเรื่องภาษีซื้อ สามารถนำค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปเป็นเครดิตภาษีซื้อได้ ส่วนภาษีขายจากการให้เครื่องแบบพนักงานจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องจ่าย

 

ค่าเครื่องแบบที่ถือเป็นรายได้ของพนักงาน

       ในกรณีที่บริษัท หรือผู้ประกอบการได้ให้ผ้าแก่พนักงานไปดำเนินการตัดเย็บเครื่องแบบพนักงานเอง ค่าตัดเย็บพนักงานจะเป็นผู้จ่าย ซึ่งการรับผ้ามาตัดเย็บเองถือเป็นรายได้ของพนักงานต้องนำมาคำนวณเป็นเงินได้บุคคลธรรมดา 40 (1) 

       แต่ถ้าหากผู้ประกอบการได้ให้ผ้ากับพนักงานไปตัดเย็บเอง แต่มีใบเสร็จค่าตัดเย็บที่ระบุชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบการหรือบริษัทอย่างถูกต้องมายื่น กรณีนี้ผู้ประกอบการจะเป็นผู้จ่ายเงินแทนพนักงาน แบบนี้จะไม่ถือเป็นรายได้ของพนักงานไม่ต้องนำมาคำนวณรวมอยู่ในเงินได้บุคคลธรรมดา ให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท

2019-08-14 11:06:20
ธนาคารส่งบัญชีให้สรรพากร บังคับใช้ทุกคนไม่ใช่แค่แม่ค้าออนไลน์

       เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม 2562 โดยมีเหตุผลและความจำเป็นเพื่อการจัดเก็บภาษีเป็นไปย่างมีประสิทธิภาพและเสรีภาพอันจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

บังคับใช้ทุกคน ไม่ใช่แค่ค้าขายออนไลน์
       สำหรับสาระสำคัญของ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 48) พ.ศ. 2562 คือ การให้ธนาคาร สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน (E-Wallet) มีหน้าที่รายงานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มีธุรกรรมลักษณะเฉพาะในปีที่ล่วงมา เฉพาะที่อยู่ในความครอบครองต่อกรมสรรพากร ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี

       โดยกรมสรรพากร ได้ออกมาระบุผ่านเพจเฟซบุ๊ก กรมสรรพากร (Revenue Department) ว่า พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว เพื่อรองรับระบบภาษี และเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ตามแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment Master Plan อีกทั้ง อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษี จากเดิมผู้เสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% จะต้องเตรียมเอกสารมายื่นต่อกรมสรรพากรเอง แต่สถาบันการเงินจะหักภาษี และเป็นผู้ยื่นให้แทนทั้งหมด รวมทั้งเป็นการรองรับการยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จากเดิมที่ต้องยื่นเอกสารเป็นกระดาษ ก็จะเปลี่ยนเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์แทน

       ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ e-Tax Invoivce/e-Receipt ผู้ประกอบการสามารถจัดทำใบกำกับภาษี และใบรับในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ และสามารถส่งข้อมูลใบกำกับภาษีผ่านช่องทางที่กรมสรรพากรกำหนด (รายละเอียดเพิ่มเติม eTax.rd.go.th) สำหรับบริการ e-Withholding Tax ผู้จ่ายเงินได้สามารถเลือกตัวจ่ายภาษีหัก ณ ที่จ่ายผ่านตัวกลาง เช่น ธนาคาร ได้เป็นต้น รวมถึง e-Filing รองรับการยื่นแบบแสดงรายการภาษีครบทุกรูปแบบ ซึ่งเพิ่มช่องทางการยื่นแบบออนไลน์ รวมถึงรองรับการยื่นแบบภายในเวลาหรือเกินกำหนดระยะเวลา

2019-06-26 10:02:36
ทำลายสต็อกสินค้า

 

ไม่ใช่อยากจะทำลาย ก็ทำลายเลยได้นะ

เพราะยังมีขั้นตอนที่ต้องทำ และเพื่อนำไปเป็นหลักฐานทำบัญชีต่อไป

 

 

 

 

ทำไมต้องทำลายสินค้า

  1. สินค้าที่ถูกทำลายไม่ถือเป็นการขาย ดังนั้นไม่ต้องเสียภาษีขาย
  2. เมื่อทำลายสินค้า นิติบุคคลมีสิทธินำต้นทุนของสินค้าที่ถูกทำลายมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ทำลายสินค้า 

 

 

พิจารณาสินค้าที่ต้องการทำลาย

  • สินค้าที่ต้องการทำลายเป็นสินค้าที่เน่าเสียได้ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ เป็นต้น สามารถทำลายได้เลยโดยไม่ต้องแจ้งกรมสรรพากร

 

  • สินค้าที่ต้องการทำลายเป็นสินค้าสามารถเก็บรักษาได้ รอปริมาณเยอะค่อยทำลายทีเดียว เมื่อจะทำลายสินค้าจะต้อง แจ้งการทำลายให้กรมสรรพากรพื้นที่หรือสรรพากรจังหวัดทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันทำลายสินค้า

 

ขั้นตอนการทำลายสินค้าที่ถูกต้อง

  1. ตรวจสอบสินค้าว่าเสียหายจริงหรือไม่ตามระเบียบของบริษัท ส่งให้ผู้มีอำนาจอนุมัติว่าเสียตามที่ระเบียบบริษัทกำหนด
  2. กรณีที่สินค้าได้รับคืนมาจากลูกค้า บริษัทจะต้องเก็บหลักฐานการรับคืน เอกสารดังกล่าวจะต้องระบุ

         - วันที่รับคืนสินค้า

         - สาเหตุการรับคืน

         - ชนิดสินค้า และปริมาณ

         - เลขที่อ้างอิงการสั่งซื้อสินค้าชนิดนั้น

      3.  เมื่อได้รับอนุมัติให้ทำลาย จะมีผู้เข้าร่วมสังเกตุการณ์การทำลายสินค้าอย่างน้อยดังนี้ ฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายบัญชี ฝ่ายขายหรือฝ่ายตรวจสอบ (ถ้ามี) พร้อมผู้ตรวจสอบบัญชี เมื่อทำลายเสร็จให้ทุกคนลงลายมือชื่อเป็นพยานในการทำลายสินค้า

 

 

ตัวอย่างร่างจดหมายเรื่องทำลายสต็อก

วันที่ xx/xx/xx

เรียน : สรรพากรพื้นที่จังหวัดxxx

เรื่อง : แจ้งและขอเชิญมาเป็นพยานในการทำลายสินค้าที่เสื่อมคุณภาพและสินค้าที่มีตำหนิ

       เนื่องจาก บริษัท xxx ทะเบียนเลขที่xxx มีสินค้าที่เสื่อมคุณภาพและสินค้าที่มีตำหนิ ชำรุดบกพร่อง ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สามารถจำหน่ายได้ มีจำนวน และมูลค่าของสินค้าดังรายการต่อไปนี้

       ประเภทสินค้า        จำนวนสินค้า (ชิ้น)       มูลค่าสินค้า (บาท)

      สินค้าสำเร็จรูป             xxx                      xxx

           รวม                      xxx                      xxx

       บริษัท xxx จะทำลายสินค้าที่เสื่อมคคุณภาพและสินค้าที่มีตำหนิ ชำรุดบกพร่อง มีรายละเอียดตามเอกสารที่แนบมาด้วย บริษัทฯ จะทำลายสินค้าดังกล่าวโดยวิธี xxx จากนั้นได้ว่าจ้าง บริษัท xxx เป็นตัวแทนในการขนส่งเศษซากโดยวิธีการใช้รถบดให้เสียรูป

       ณ วันที่ทำลายสินค้าดังกล่าว บริษัทฯ มีบุคคลอันประกอบด้วยฝ่ายคลังสินค้า, ฝ่ายบัญชี, ผู้บริหาร ร่วมสังเกตุการณ์ และลงลายมือชื่อเป็นพยานในการทำลาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชี พร้อมทั้งได้เชิญผู้สอบบัญชี ในการตรวจสอบการทำลายส่วนสูญเสียมาเป็นพยานในการทำลาย

       ดังนั้นจึงเรียนมาเพื่อแจ้งทำลายและขอเชิญสรรพากรพื้นที่จังหวัด xxx ให้มาเป็นพยาน (ตามคำสั่ง กรมสรรพากร ที่ ป.79/2541 เรื่อง แนวทางปฏิบัติ กรณีการทำลายของเสีย สินค้าที่เสื่อมคุณภาพ สินค้าที่มีตำหนิ สินค้าที่หมดสมัยนิยม สินค้าที่หมดอายุ และเศษซาก) ในการทำลายสินค้าที่เสื่อมคุณภาพและสินค้าที่มีตำหนิ ชำรุด บกพร่อง ของบริษัท xxx เวลา xx.xx – xx.xx น. จักเป็นพระคุณยิ่ง

 

ขอแสดงความนับถือ

 

ตำแหน่ง…………………………………………..

 

 

 

*เป็นตัวอย่างจดหมาย ผู้ประกอบการสามารถดัดแปลงให้เข้ากับบริษัทของตัวเองได้นะจ๊ะ*

2019-05-29 17:23:53
คำแนะนำทำบัญชี แผนที่นำทางสู่ความสำเร็จ

เชื่อหรือไม่! การทำบัญชีให้ถูกต้อง ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้

        “สุริยะ ธีรวัฒนสาร” นายกสมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย ได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการที่อยากจะประสบความสำเร็จด้วยการทำบัญชี ดังนี้

       “ในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจ ผู้ประกอบการต้องมองให้ไกล มองอนาคตด้วย ควรคิดไว้ก่อนเลยว่า ธุรกิจของเราจะเติบโตและมีระบบอย่างไร ซึ่งผู้ประกอบการต้องฝึกฝนลงบัญชี และจัดโครงสร้างบัญชีเหมือนธุรกิจขนาดใหญ่ตั้งแต่ช่วงก่อตั้งธุรกิจ”

       นอกจากนี้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่เริ่มทำธุรกิจ จะต้องมีการจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีระบบ, ฝึกการออกใบกำกับภาษี ออกเช็ก และบันทึกทุกรายการ ทั้งรายได้และค่าใช้จ่าย แน่นอนการเริ่มต้นแบบนี้ แรกๆ อาจจะยุ่งยากมาก เพราะไม่คุ้นไม่ชิน แต่เมื่อทำไปสักพัก และมีวินัยในตัวเอง ระบบและวิธีการเหล่านี้จะค่อยๆ ขยายไปตามเนื้องานของธุรกิจแต่ละกลุ่ม แต่ละกิจกรรมถ้าบริษัทโตขึ้น ทุกอย่างก็โตตามระบบ และการลงรายการไว้จะช่วยลดการผิดพลาดในการจัดเก็บข้อมูลธุรกิจ

       ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการจะต้องตั้งเงินเดือนให้ตัวเอง ควรเลิกระบบกงสี เพราะวิธีนี้จะทำให้เห็นข้อมูลทางการเงินที่แท้จริงของธุรกิจ เริ่มแรกผู้ประกอบการก็ตั้งเงินเดือนไว้ในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าธุรกิจเติบโตค่อยปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งวิธีเหล่านี้จะช่วยแยกให้เห็นต้นทุนที่แท้จริงของบริษัท นอกจากนี้ผู้ประกอบการควรวางแผนเรื่องการจดทะเบียนธุรกิจด้วย ถ้าเพิ่งเริ่มต้นควรเลือกระดับทุนจดทะเบียนให้เหมาะสม เพื่อเลือกรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากรัฐบาล เพราะภาษีสำหรับธุรกิจ  SME กับบริษัททั่วไปจะมีอัตราภาษีที่แตกต่างกัน

       ดังนั้นการเริ่มต้นที่ดีที่สุดของธุรกิจใหม่ คือการรู้ประเภทของธุรกิจตัวเอง ก่อนทำการจดทะเบียนธุรกิจ เพราะถ้าเราไม่รู้ แล้วไปเลือกจดผิดประเภท อาจทำให้ธุรกิจต้องเสียภาษีมากขึ้น และไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ที่ควรจะได้รับจากรัฐบาล นอกจากนี้การทำบัญชีที่ถูกต้องเป็นหน้าที่ของธุรกิจ คุณจะพบความสำเร็จในอนาคตถ้าคุณทำบัญชีได้ถูกต้อง

2019-05-27 15:32:16
กรมสรรพากรนำเทคโนโลยี ส่องพฤติกรรมเสียง เลียงภาษี

       หลังจากกรมสรรพากร แนะนำให้ธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ดำเนินการ “ทำบัญชี” ให้ถูกต้อง โดยได้เน้นให้ SME ลงทะเบียนบัญชีเดียวและปรับงบให้ถูกต้อง ภายในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2562 จะได้รับการยกเว้นเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

 

        นั่นจึงทำให้ธุรกิจหลาย ๆ ธุรกิจเริ่มตื่นตัว และตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีและรายการภาษีต่าง ๆ เพราะในตอนนี้กรมสรรพากรได้นำระบบ Big Data & Data Analytics เข้ามาช่วยตรวจสอบธุรกิจกลุ่มเสี่ยงที่อาจหลีกเลี่ยงภาษี หลังจากการวิเคราะห์ได้พบกับกลุ่มเสี่ยงและพฤติกรรมเข้าข่ายสร้างรายได้และรายการเท็จจำนวนมาก โดยสรรพากรได้เตือนผู้ประกอบการนิติบุคคลยื่นแบบแสดงรายการภาษีให้ถูกต้อง

 

        โดยตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป ทางกรมสรรพากรจะทำการตรวจเข้มการทำบัญชีของผู้ประกอบการ โดยใช้ระบบ Big Data & Data Analytics เพื่อคัดกรองว่า ผู้ประกอบการใดบ้างจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหลีกเลี่ยงภาษี และกลุ่มใดจัดอยู่ในกลุ่มดี ซึ่งหากตรวจพบว่าผู้ประกอบการรายใดหลีกเลี่ยงภาษี จะต้องชำระภาษีให้ถูกต้องและต้องเสียเบี้ยปรับตามกฎหมาย

 

        อย่างไรก็ตามข้อมูลที่ทำให้มีความเสี่ยงหลีกเลี่ยงภาษี อาจเกิดจากข้อมูลจากทรัพย์สิน รายได้ ทุน หนี้สิน หรือค่าใช้จ่าย เนื่องจากผู้ประกอบการมักใช้ช่องทางเหล่านี้ในการหลีกเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะเงินสดเป็นประเภทสินทรัพย์ที่ระบบบัญชีไม่ต้องผ่านธุรกรรมการเงินจากสถาบันการเงิน เป็นวิธีการหลีกเลี่ยงภาษีที่ผู้ประกอบการหลายรายใช้ เพื่อไม่ให้มีทรัพย์สินมากผิดปกติ

        อีกหนึ่งกรณีที่ธุรกิจส่วนใหญ่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีก็คือ กรณีของรายได้ ซึ่งมีการบันทึกรายได้ไม่ถูกต้อง หรือไม่ครบถ้วน ซึ่งมีอยู่หลายวิธีที่ทำให้ธุรกิจบันทึกรายได้ไม่ถูกต้อง เช่น บันทึกค่าใช้จ่ายให้สูงกว่ารายได้ หรือแม้แต่การสร้างรายได้และรายจ่ายที่เป็นเท็จ เป็นต้น

       

        ดังนั้นระบบ Big Data & Data Analytics ทำให้กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบและวิเคราะห์ธุรกิจได้สะดวกยิ่งขึ้น ธุรกิจใดที่กังวลว่าจะอยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือรู้ตัวว่าทำบัญชีและยื่นแบบแสดงรายการทางภาษีไม่ถูกต้อง ให้รีบทำการตรวจสอบพร้อมปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องก่อนที่กรมสรรพากรจะพบเจอด้วยตนเอง

 

        ในช่วงพฤษภาคมนี้ กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของภาษีครึ่งปี สำหรับนิติบุคคล ทางอธิบดีกรมสรรพากร นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศจึงอยากให้ผู้ประกอบการเข้ามาเช็คว่าธุรกิจของตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ จะได้ทำการแก้ไขให้ถูกต้องก่อนยื่นแบบแสดงรายการฯ

 

2019-05-14 13:23:11
SME ลงทะเบียนบัญชีเดียว ปรับงบให้ถูกต้อง ยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่ม

          เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลาย  ๆ คนคงได้ยินเกี่ยวกับ “การทำบัญชีชุดเดียว” กันมาพอสมควร เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐต้องการให้เจ้าของกิจการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องและสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจมากที่สุด

          โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจ SMEs (Small and Medium Enterprise) หรือเหล่าวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั่นเอง ซึ่งมีมาตรการต่าง ๆ มากมายเพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจเหล่านี้หันมาจัดทำบัญชีชุดเดียวมากขึ้น

          ทางรองอธิบดีกรมสรรพากร นายเกรียงศักดิ์ ประสงค์สุกาญจน์ กล่าวโดยสรุปว่า มาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องและสอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการนี้ ไม่ใช่มาตรการ ที่มุ่งหวังการจัดเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นมาตรการที่เปิดโอกาสให้ ผู้ประกอบการ SMEs ที่ยังมีความเข้าใจผิด หรือทำบัญชีไว้ไม่ถูกต้อง หันมาตระหนักถึงความถูกต้องและทำการปรับปรุงตนเอง

          โดยกรมสรรพากรได้เปิดให้ผู้ประกอบการ SMEs ลงทะเบียน ใน “ระบบส่งเสริมให้ผู้ประกอบการจัดทำบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพที่แท้จริงของกิจการ” ซึ่งเป็นไปตาม พระราชบัญญัติ ยกเว้นเบี้ยปรับ เงินเพิ่มภาษีอากรฯ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี เพื่อปรับปรุงรายการและชำระภาษีให้ถูกต้องได้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2562 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562

          ส่วนในกรณีที่มีผลกระทบต่องบการเงินจะได้ปรับปรุงงบการเงินให้ถูกต้องต่อไป ดังนั้นด้วยมาตรการนี้จะเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการที่พร้อมจะปรับตัวให้ถูกต้อง ทำให้การจัดเก็บภาษีมีความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น และจะเป็นการร่วมมือกันระหว่างผู้ประกอบการและกรมสรรพากร สำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมใดที่ยังมีเจตนาหลบเลี่ยงภาษี กรมสรรพากรจะมีมาตรการเข้มงวดต่อผู้ประกอบการที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อไป

          หากผู้ประกอบธุรกิจทำการตรวจสอบและพบว่า ได้ยื่นแบบแสดงรายการไม่ครบถ้วน สามารถดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการปรับปรุงการเสียภาษีย้อนหลังให้ถูกต้อง โดยไม่ต้องรับภาระเสียค่าปรับ หรือเงินเพิ่มได้

          ดังนั้นเชิญชวนให้ผู้ประกอบการใช้โอกาสนี้ จัดทำบัญชีและชำระภาษีให้ถูกต้อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศให้ยั่งยืน มั่นคง มั่งคั่ง

2019-04-29 14:16:29
ทำบัญชีให้ถูกต้องนำพาธุรกิจเติบโต

          เรื่อง “บัญชี” หลายคนเชื่อว่าเป็นของแสลงสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ ด้วยความที่รู้สึกว่า การทำบัญชีเป็นเรื่องยาก มีค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ด้วยเหตุผลเหล่านี้ทำให้ที่ผ่านมาธุรกิจหลายแห่งมักทำบัญชีไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะ SME ที่ส่วนใหญ่ก่อตั้งมาจากธุรกิจครอบครัว จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำบัญชีอย่างถูกต้องมากนัก

          หรือไม่ก็เลือกบันทึกรายการเฉพาะที่กิจการได้ประโยชน์เท่านั้น ดังนั้นผลที่ออกมา คือ ทำให้ “งบการเงิน” ไม่สะท้อนหรือสอดคล้องกับความเป็นจริงของการประกอบการธุรกิจจนบางครั้งนำไปสู่ความล้มเหลว ความขัดแย้ง และไม่สามารถแก้ไขหรือจัดการปัญหาต่างๆ ได้ทันท่วงที

          ปัจจุบัน ก็ยังมีผู้ประกอบการ และนักธุรกิจ อีกจำนวนมากที่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญ ของการทำบัญชีให้ถูกต้อง วันนี้เราจะมาดูกันว่าการทำบัญชีให้ถูกต้องไม่ได้ยากเกินความสามารถของคนทำธุรกิจ โดยในบทความนี้มีคำแนะนำจากท่าน “สุริยะ ธีรวัฒนสาร” อดีตนายกสมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย (2557-2560) เป็นผู้ที่ให้คำแนะนำ ว่าข้อดีของการทำบัญชีที่ถูกต้องมีอะไรบ้าง

 

 

          ข้อดีประการที่หนึ่ง ต้องมองภาพความเป็นจริงก่อน คนทำธุรกิจถ้าไม่ทำบัญชีถามว่าเมื่อธุรกิจเก็บรายได้ หรือขายอะไรออกไป คนเราไม่สามารถจำได้หรือไม่รู้ว่าเราขายอะไรไปบ้าง ยิ่งธุรกิจเยอะ ขายเยอะ เราก็ต้องใช้การจำตรงนี้ เป็นการบันทึกแทน สติ สมาธิ ในการทำงาน เอาไปทำในเรื่องของการจัดการ แล้วใช้พื้นที่คอมพิวเตอร์ แทนพื้นที่ในสมองเพื่อบันทึกข้อมูล เพราะฉะนั้นเราจะมีสมองส่วนเหลือ มาใช้คิดจัดการในเชิงธุรกิจ นี่คือสิ่งแรกที่เห็นชัดว่าหากคุณทำบัญชีคุณมีเวลา

          ความสำคัญประการที่สอง คือ ข้อมูลบัญชีที่ทำอย่างถูกต้อง สามารถบ่งบอกถึงผลประกอบการที่แท้จริงได้ ซึ่งจะทำให้รู้ว่าสถานการณ์ทางธุรกิจของบริษัทเราเป็นอย่างไร

          ประการที่สาม เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากงบการเงินที่ธุรกิจมีอยู่ชัดเจน ข้อเท็จจริงของบัญชีจะมีสิ่งที่เรียกว่า สัญญาณเตือนภัยทางธุรกิจ เช่น บางช่วงเวลาธุรกิจของเราอาจมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น การทำบัญชีจะสะท้อนข้อมูลเพื่อที่จะเข้าไปตรวจสอบว่า เกิดอะไรขึ้น หาสาเหตุว่ามาจากอะไร มีตรงไหนที่มีการทุจริตเกิดขึ้นไหม บัญชีจะช่วยให้การควบคุมภายในมีประสิทธิภาพมากขึ้น

          ประการที่สี่ คือ การสร้างโอกาสการลงทุนในอนาคต อย่างเช่นมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ทำให้ตลาดมีการขยายตัวกว่า 10 เท่า ด้วยจำนวนประชากรกว่า 600 ล้านคน ถ้าธุรกิจของเราไปโดนใจผู้ลงทุนจากต่างชาติ แล้วถ้าเขาอยากร่วมทุนด้วย ถ้าเรามีความพร้อมทางบัญชีหลักล้าน เราจะสามารถเดินหน้าทำธุรกิจได้เลย

 

2019-04-22 16:14:41
นักบัญชี คืออะไร? ใครบ้างที่เป็นนักบัญชีได้

         คำนิยามของ “นักบัญชี (Accountant)” โดยทั่วไป คือ บุคคลที่มีหน้าที่ในการบันทึกธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ ของธุรกิจในงามขององค์กร เมื่อบันทึกแล้วต้องรายงานผลการดำเนินการของบริษัทต่อผู้บริหารและออกงบการเงินต่าง ๆ รวมถึงการยื่นภาษีและการชำระภาษีของบริษัท

หน้าที่เดิม ๆ ของนักบัญชี

         - การบันทึกค่าใช้จ่าย หรือทรัพย์สินและรับใบแจ้งหนี้ รวมถึงบันทึกบัญชีใบแจ้งหนี้

         - บันทึกการขายและออกใบแจ้งหนี้

         - ออกเงินเดือน หรือค่าจ้างให้กับพนักงาน (ส่วนนี้เกี่ยวข้องกับการบันทึกค่าใช้จ่ายและจ่ายเงินสด

         - จัดทำงบการเงินต่าง ๆ อาทิเช่น งบกำไรขาดทุน หรืองบแสดงฐานะการเงิน เป็นต้น

       แต่เมื่อเวลาทำให้หลาย ๆ อย่างได้เปลี่ยนผ่านไป ยุคของคนก็เปลี่ยนไปจาก Gen Y มาเป็น Gen Z ด้วยเช่นกัน ดังนั้นหน้าที่และความสามารถของนักบัญชีต้องปรับเปลี่ยนตามไปด้วยอย่างปฏิเสธไม่ได้ นอกจากบัญชีจะมีหน้าที่บันทึกธุรกรรมทางการเงิน อย่างการออกใบแจ้งหนี้ หรือบันทึกการขายและลูกหนี้ ยังมีหน้าที่อื่น ๆ ที่คนจะเป็นนักบัญชีควรเรียนรู้

       สิ่งแรกที่คนเป็นนักบัญชีต้องเปลี่ยนแปลง คือ การนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานสู่ “ยุคดิจิทัล” นั่นจึงทำให้เราได้เห็นนักบัญชีใช้โปรแกรมบัญชีออนไลน์ ซึ้งจะช่วยอำนวยความสะดวกในการบันทึกธุรกรรมการเงินของธุรกิจ นักบัญชีไม่ต้องอยู่กับกองกระดาษและข้อมูลขนาดใหญ่อีกต่อไป นอกจากนี้นักบัญชีจะต้องเป็นคนติดตามข่าวสารด้านการเงิน อาทิเช่น พวกสกุลเงินดิจิทัล (Bitcoin หรือ Ripple เป็นต้น) รวมถึงข้อกฎหมายในการประกอบธุรกิจต่าง ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงให้เอื้อต่อการทำธุรกิจออนไลน์

       สำหรับนักบัญชี ไม่ใช่ใครก็ทำได้ เพราะนักบัญชีจะต้องเป็นผู้รอบคอบ และมีความละเอียด นอกจากนี้สิ่งที่คนเป็นนักบัญชีต้องมีก็คือใบประกอบวิชาชีพนักบัญชี คนที่เป็นนักบัญชีได้ จึงเป็นคนที่มีความรู้ในงานด้านบัญชีเบื้องต้นผละผ่านการทดสอบ เพื่อรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพด้วย

2019-03-25 16:14:40
ความแตกต่างในการทำบัญชีระหว่างนิติบุคคล กับบุคคลธรรมดา

            รูปแบบในการทำธุรกิจ มีอยู่หลากหลายรูปแบบด้วยกัน เช่น ธุรกิจรูปแบบบุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะมีการบริหารงานภายในเกี่ยวกับภาษีแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำบัญชี เพื่อจดบันทึก วิเคราะห์ และสรุปผลข้อมูลทางการเงิน อย่างไรก็ตามแต่ละรูปแบบของธุรกิจก็มีการทำบัญชีแตกต่างกันด้วย

การทำบัญชี สำหรับบุคคลธรรมดา

            การทำธุรกิจรูปแบบนี้ ผู้ประกอบการเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และไม่ได้เป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่เป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินประเภทที่ 5 - 8 ตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร

            โดยการทำธุรกิจในรูปแบบของบุคคลธรรมดา ไม่ต้องจัดทำงบการเงิน แต่จะต้องจัดทำบัญชี หรือรายงานเงินสดรับ-จ่าย ที่แสดงถึงรายได้และรายจ่ายในแต่ละวัน ซึ่งรายการที่นำมาลงในรายงานเงินสดรับ-จ่าย ต้องมีเอกสารหรือหลักฐานประกอบการลงรายงานด้วย เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี และอื่น ๆ

การทำบัญชี สำหรับบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

            ธุรกิจรูปนี้เป็นธุรกิจที่ได้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย โดยผ่านการจดทะเบียนบริษัท หรือขึ้นทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) แล้ว ซึ่งมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ต้องจัดทำบัญชีและงบการเงินให้ถูกต้อง ตามมาตรฐานบัญชี พร้อมกับจัดให้มีผู้ตรวจสอบบัญชีและรับรองความถูกต้องของบัญชี

            โดยข้อมูลทางบัญชีของนิติบุคคลจะต้องมีความน่าเชื่อถือ และถูกต้อง เนื่องจากข้อมูลในบัญชีเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวกับการขอกู้จากธนาคาร และสถานภาพของบริษัท ทำให้ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องทราบสภาพปัจจุบันของธุรกิจ ทั้งรายได้/กำไร/ขาดทุน  และนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนธุรกิจได้

2018-12-25 14:53:01
รู้หรือไม่? ทำไมธุรกิจต้องมีการตรวจสอบภายใน

            การตรวจสอบภายใน เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญกับธุรกิจ โดยจะทำหน้าที่ตรวจสอบ ติดตาม ประเมินความเสี่ยง เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมภายในของบริษัท  ส่วนผู้ตรวจสอบภายในมีหน้าที่ให้มุมมองที่เป็นกลางและเป็นอิสระ เพื่อประเมินและรายงานไปยังระดับสูงในองค์กร

            การตรวจสอบภายในจะช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ด้วยการประเมิน วิเคราะห์ และให้ข้อเสนอแนะ เพื่อให้องค์กรสามารถนำไปปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุม และการกำกับดูแลองค์กร นอกจากนี้การตรวจสอบภายในยังสามารถระบุพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพหรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้อีกด้วย

เพราะอะไร? ธุรกิจต้องมีผู้ตรวจสอบภายใน

            เนื่องจากการดำเนินการของบริษัทหรือองค์กรนั้น จะมีปัญหาและอุปสรรคมากมายที่ทำให้ฝ่ายบริหารอาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง ดังนั้นผู้ตรวจสอบภายในจึงเข้ามาช่วยจัดการปัญหาด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการปฏิบัติการทางด้านบัญชีและการเงินปัญหา ด้านการขาย การจัดซื้อจัดจ้าง การดูแลทรัพย์สิน เป็นต้น ซึ่งการมีผู้ตรวจสอบภายในจะทำให้ลดปัญหา และลดโอกาสที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้

            โดยผู้ตรวจสอบภายในจะใช้วิธีในการตรวจสอบ ติดตาม และให้คำปรึกษา รวมถึงข้อเสนอแนะ เพื่อให้บริษัทปรับปรุงกระบวนการปฏิบัติงานให้เหมาะสม

 

 

2018-11-16 14:31:07
ระบบบัญชี (Accounting system) คืออะไร?

            ระบบบัญชี (Accounting system) ช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามรายการทางการเงินทุกประเภท รวมทั้งการซื้อ (ค่าใช้จ่าย), ยอดขาย (ใบแจ้งหนี้ และรายได้), หนี้สิน (เงินทุนเจ้าหนี้)  และอื่น ๆ สามารถสร้างรายงานทางสถิติ เพื่อให้การบริหารจัดการ หรือผู้มีส่วนได้เสียมีข้อมูลที่ชัดเจนช่วยในการตัดสินใจลงทุนต่อไปได้

            ระบบบัญชีสมัยใหม่ถูกพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1880 โดยเครื่องบัญชีเครื่องแรกถูกค้นพบโดยคนชื่อว่า Herman Hollerith หลังจากนั้นเขาได้ก่อตั้งบริษัท ซึ่งได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของ IBM ในศตวรรษที่ 20 การพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงระบบบัญชีที่สามารถทำทุกอย่างได้สะดวกมากขึ้น จากระบบบัญชีบน DOS ไปจนถึงระบบบัญชีบนอินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน ซึ่งใช้งานผ่าน SaaS และ  Cloud Computing

            ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป วันนี้ระบบบัญชีที่ส่วนใหญ่บริษัทใช้กันมักเป็นแบบอัตโนมัติ และใช้คอมพิวเตอร์ โดยมีซอฟต์แวร์เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน หรือหลาย ๆ บริษัทก็เลือกใช้ระบบบัญชีที่มีบริการแบบ Cloud-Based กันมากขึ้น เพราะระบบบัญชีในอดีตเป็นที่รู้กันดีว่ามีความซับซ้อนพอสมควร ในการคำนวณตัวเลขในบัญชีและยอดต่าง ๆ ที่ต้องทำด้วยตนเอง

            ระบบบัญชีจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้เริ่มต้นธุรกิจ หากไม่มีระบบบัญชีที่ครอบคลุมอาจทำให้เกิดปัญหาใหญ่ในอนาคตได้ เพราะระบบบัญชีไม่ได้มีไว้ติดตามรายการทางการเงินเท่านั้น แต่ยังทำให้ผู้ประกอบการสามารถติดตามรายได้ และค่าใช้จ่ายไม่ว่าจะเกิดจากจุดประสงค์ใด ๆ ก็ตามที่สามารถกำหนดได้ว่ากิจกรรมใดเป็นผลดีหรือไม่

            สนใจวางระบบบัญชี หรือทำบัญชี บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ สามารถติดต่อได้ที่ โทร : 02-439-4600 หรือ Email : arac@ar.co.th

 

 

 

           

2018-11-16 14:31:14
การทำบัญชีชุดเดียว คืออะไร?

            สำหรับใครก็ตามที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs (Small and Medium Enterprise) หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มีหน้าที่ในการจัดทำบัญชีให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของกิจการ ตามพระราชกำหนดการยกเว้นและสนับสนุนการปฏิบัติการเกี่ยวกับภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร พุทธศักราช 2558 เพื่อช่วยสะท้อนถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งทำให้รัฐบาลสามารถวิเคราะห์และวางแผนให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการได้ตรงต่อความต้องการ รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดให้กับผู้ประกอบการ

            บัญชีชุดเดียว คือ เมื่อดำเนินจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน พอเริ่มทำธุรกิจแล้วตัวบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนี้จะต้องทำการส่งงบการเงินให้กับทางกรมสรรพากร และกระทรวงพาณิชย์ โดยงบการเงินนั้นจะต้องแสดงถึงรายได้กับค่าใช้จ่าย ซึ่งนี้คือเรื่องปกติที่ทุก ๆ ธุรกิจต้องทำกัน แต่มีผู้ประกอบการหลายราย ทั้งที่ไม่ได้มีเจตนาหรือมีเจตนาในการบันทึกรายการผิด นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มีมาตรการบัญชีชุดเดียว จากเมื่อก่อนที่ต้องทำบัญชี 2 เล่ม ส่งให้สรรพากรกับกระทรวงพาณิชย์ 1 เล่ม (บัญชีไว้ใช้ภายนอก) ส่วนอีกหนึ่งเล่มเป็นบัญชีที่เก็บไว้ใช้ภายใน ซึ่งบางครั้งอาจมีบันทึกค่าใช้จ่ายแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายตามความจริง 5 ล้านแต่บันทึกในบัญชีที่ใช้ภายนอกเพียงแค่ 4 ล้าน เป็นต้น ทำให้ตัวเลขในบัญชีไม่เท่ากัน ซึ่งมีความผิดเพราะปกปิดและแสดงข้อมูลที่เป็นเท็จ

            มาตรการบัญชีชุดเดียว เป็นการนำเสนอให้ผู้ประกอบการมาจดแจ้งการจัดทำบัญชีชุดเดียว ซึ่งการที่จะเรียกให้คนที่ทำบัญชีหลายเล่ม หรือคนที่ทำบัญชีผิดพลาดเข้าร่วมมาตรการบัญชีชุดเดียวนั้นค่อนข้างยาก เพราะหลาย ๆ คนอาจโดนตรวจสอบ แต่กรมสรรพากรแก้ไขปัญหาด้วยการยื่นสิทธิยกเว้นการตรวจภาษีอากร และลดภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับผู้ประกอบการที่จดแจ้ง ดังต่อไปนี้

สำหรับผู้ประกอบการทั่วไป

  • ไม่ตรวจสอบภาษีย้อนหลัง
  • มีรอบระยะบัญชีครบ 12 เดือน
  • มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาท ในระยะรอบบัญชีที่ผ่านมา
  • เสียภาษีจากกำไรสุทธิทั้งหมด ร้อยละ 20

สำหรับผู้ประกอบการ SMEs

  • ไม่ตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง
  • ไม่เคยมีทุนชำระแล้วเกิน 5 ล้านบาท
  • ไม่เคยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเกิน 30 ล้านบาท
  • การเสียภาษีจากกำไรสุทธิ ดังต่อไปนี้

          - กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี

          - กำไรสุทธิที่เกิน 300,000 บาทขึ้นไป เสียภาษีร้อยละ 10

           

            อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของมาตรการบัญชีชุดเดียว อาจมีเพียงแค่สิทธิประโยชน์ทางภาษีเท่านั้นที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน แต่ก็ยังมีประโยชน์อีกหลายทางที่ทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างมั่นคง เพราะหากทำบัญชีไม่ถูกต้อง แล้วถูกตรวจพบธุรกิจต้องเจอกับโทษหนัก ซึ่งส่งผลต่อการทำธุรกิจในอนาคต ดังนั้นทำบัญชีชุดเดียว ทำบัญชีให้ถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นคงให้กับธุรกิจกันเถอะ

 

 

2018-11-16 14:31:20
กรมสรรพากร แนะนำผู้ประกอบการทำบัญชีชุดเดียว เพื่อรองรับการทำธุรกรรมทางการเงินปี 2562

            เมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561 มีการสัมมนา เรื่อง “ก้าวสำคัญ...ธุรกรรมการเงิน ด้วยบัญชีชุดเดียว” ณ ห้องพระอุเทน 1 ชั้น 2 อาคาร กรมสรรพากร พร้อมถ่ายทอดสัญญาณผ่านระบบ TelePresence ไปยังสำนักงานสรรพากรพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ประกอบการรับฟังพร้อมกัน

            ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า “การสัมมนาในวันนี้ เป็นมาตรการขับเคลื่อนบัญชีชุดเดียว เพื่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกรมสรรพากร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย และสำนักงานบัญชี เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการจัดทำบัญชีชุดเดียวที่สอดคล้องกับ สภาพข้อเท็จจริงของการประกอบการ และรองรับการดำเนินการของสถาบันการเงินที่ใช้บัญชีและงบการเงิน ในการนำส่งกรมสรรพากรเป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมทางการเงิน และการขออนุมัติสินเชื่อ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป”

            อธิบดีกรมสรรพากร เน้นถึงความสำคัญของการจัดทำบัญชีชุดเดียว ซึ่งถือเป็นสิ่งที่รัฐบาล กรมสรรพากร และองค์กรความร่วมมือต่าง ๆ มุ่งหวังให้เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจ อย่างมั่นคงไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงธุรกรรมทางการเงิน การรวมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ข้อกำหนดขององค์กรระหว่างประเทศเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อต้องการข้อมูลทางการเงินที่มีความโปร่งใสมากขึ้น ซึ่งหากผู้ประกอบการไทยไม่ปรับตัวตามกระแสเศรษฐกิจโลกดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

            สำหรับมาตรการสนับสนุนการจัดทำบัญชีชุดเดียวที่สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของการประกอบการ ผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการดำเนินการ คือ ผู้ประกอบการ ซึ่งจะทำให้ได้รับข้อมูลที่สะท้อนผลการประกอบการที่แท้จริง สามารถตัดสินใจดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความโปร่งใส บริหารจัดการความเสี่ยงของธุรกิจได้อย่างเหมาะสม สามารถลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นในการประกอบธุรกิจได้ ส่งผลให้ธุรกิจมีความน่าเชื่อถือ และสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการทั้งภายในและภายนอกประเทศได้

            ดังนั้นผู้ประกอบการที่ยังดำเนินการอย่างถูกต้อง ควรปฏิบัติให้ถูกต้อง โดยการปรับปรุงรายการทางบัญชีให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของการประกอบการ เพื่อรองรับการดำเนินการของสถาบันการเงิน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นไป

 

ข้อมูลจาก : กรมสรรพากร

 

2018-11-16 14:31:29
สำนักบัญชีคุณภาพ สู่ยุคของระบบบัญชีออนไลน์

            ภาพสำนักบัญชีคุณภาพแบบเดิมจะหายไป เนื่องจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุก ๆ อุตสาหกรรมต้องเปลี่ยนแปลงตามไปให้ทัน เพื่อนำความทันสมัยและความสะดวกเข้ามาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึงสำนักบัญชีด้วยเช่นกันที่ต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันกับเทคโนโลยี ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยสำนักงานบัญชียุคใหม่ควรมีโปรแกรมบัญชีออนไลน์ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานของสำนักบัญชี นอกจากนี้ยังช่วยให้การทำงานระหว่างผู้ประกอบการและนักบัญชีไม่ยุ่งยากเหมือนเดิม

            โดยระบบบัญชีออนไลน์ จะเป็นบัญชีแยกประเภท ทำให้ผู้ประกอบการและนักบัญชีสามารถบันทึกข้อมูลเป็นหมวดหมู่  เพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบ และนำไปใช้สรุปผลการดำเนินการและสถานภาพทางการเงินของบริษัท ดังนั้นสำนักบัญชีคุณภาพในยุคดิจิทัล จะต้องมีการพัฒนาและสามารถนำระบบบัญชีออนไลน์มาประยุกต์ใช้กับการบัญชีอยู่เสมอ เพื่อความรวดเร็วในการทำงาน และความสะดวกของลูกค้า

            เนื่องจากประเทศไทยของเรา อยู่ในการพัฒนาเศรษฐกิจ ไปสู่การเป็น Thailand 4.0 หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อน ด้วยนวัตกรรม ทำให้หลังจากปี 2561 เป็นต้นไป หน่วยงานทางการเงินต่าง ๆ จะเปลี่ยนการดำเนินการเป็นแบบดิจิทัลมากขึ้น โดยมีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับบัญชีมากมาย อาทิเช่น เทคโนโลยีด้านการเงิน หรือ Fintech และอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลบนออนไลน์ เป็นต้น แต่สิ่งที่สำคัญและส่งผลต่อนักบัญชีที่สุดคือ ระบบภาษีและการรับ-ส่งเอกสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ นั่นจึงทำให้นักบัญชีและสำนักบัญชีต้องเข้าใจการใช้งานสื่ออิเล็กทรอนิกส์

            บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นหนึ่งในสำนักบัญชีคุณภาพ ที่พยายามอย่างหนักในการปรับตัวและนำระบบบัญชีออนไลน์ที่ดีที่สุดเข้ามาช่วยในการทำบัญชีให้กับลูกค้า ดังนั้นคุณจึงมั่นใจได้ว่าบริษัทของเรา จะช่วยคุณดูแลการทำบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพแน่นอน สนใจให้เราช่วยเหลือคุณ หรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับการทำบัญชีเพิ่มเติม โปรดติดต่อ 02-439-4600 หรือ Email : arac@ar.co.th

 

 

 

2018-11-16 14:31:38
ข้อมูลทางบัญชี มีความสำคัญอย่างไร? กับธุรกิจ

            หลาย ๆ คนที่เริ่มทำธุรกิจ หรือกำลังทำงานอยู่ในบริษัทต่าง ๆ อาจต้องเจอคำว่า “ข้อมูลทางบัญชี” เนื่องจากข้อมูลทางบัญชี เป็นข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับ การทำธุรกรรมของบริษัทที่จดทะเบียนบริษัทอยู่ในรูปแบบของนิติบุคคล ซึ่งข้อมูลทางบัญชีจะรวมถึงการซื้อสินค้า คลังสินค้าและเครื่องมือในการผลิตด้วย เพื่อนำไปวิเคราะห์ วางแผนการดำเนินธุรกิจในระยะยาว

            การบัญชี เป็นวิธีการระบุ และบันทึกข้อมูล เพื่อสร้างรายงานที่เป็นประโยชน์สำหรับบริหารและผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ใช้เหล่านี้จะแบ่งออกเป็นสองกลุ่มด้วยกัน ได้แก่ ผู้ใช้ภายในและผู้ใช้ภายนอก

            ข้อมูลทางบัญชี คือ ข้อมูลที่เกิดจากการทำธุรกรรมทางธุรกิจ โดยข้อมูลจะถูกจำแนกและบันทึกเข้าไปในรายงานต่าง ๆ สำหรับบัญชีเกณฑ์เงินสด (Cash Basis) ซึ่งเป็นสิ่งที่บันทึกรายได้ เมื่อเราได้รับเงินสด และบันทึกค่าใช้จ่าย เมื่อมีการจ่ายเงินสด แต่เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็กที่มีเจ้าของหรือคู่ค้าเพียงไม่กี่รายเท่านั้น อย่างไรก็ตามธุรกิจที่มีผู้ลงทุนและธุรกิจที่มีสินค้าคงคลังมาก จะต้องมีการบันทึกข้อมูลตามเกณฑ์คงค้าง (Accrual Basis) ของบัญชี

            อย่างไรก็ตามข้อมูลทางบัญชี จะสามารถแยกข้อมูลได้หลายประเภทด้วยกัน โดยสามารถแบ่งออกได้หลัก ๆ ดังต่อไปนี้

  • Operating Information หรือข้อมูลข่าวสาร
  • Financial Accounting หรือข้อมูลการบัญชีการเงิน
  • Management Accounting หรือข้อมูลการบัญชีบริหาร
  • Cost accounting information หรือข้อมูลทางด้านต้นทุน

            จากที่กล่าวไปข้างต้น จะเห็นว่าบางอุตสาหกรรมจะใช้ข้อมูลทางบัญชีที่ไม่ซับซ้อน แต่อุตสาหกรรมใหญ่ ๆ จะต้องใช้ข้อมูลทางบัญชีที่ครอบคลุม เพื่อเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากข้อมูลทางบัญชีให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ และแสดงถึงฐานะทางการเงินของบริษัททั้งปัจจุบัน และการดำเนินการในอนาคต

 

 

2018-11-16 14:31:48
การทำบัญชี ทำไมถึงเป็นสิ่งที่ธุรกิจละเลยไม่ได้

           สิ่งที่จะแสดงให้เห็นศักยภาพและการดำเนินธุรกิจให้รอดต่อไปได้ ต้องอาศัยข้อมูลหลาย ๆ ส่วนด้วยกันเพื่อการบริหารและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ หนึ่งในนั้นคือข้อมูลบัญชี ซึ่งจะได้จากการทำบัญชีจากผู้ทำบัญชีของบริษัท โดยจะผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์ แยกแยะเพื่อรายงานข้อมูลบัญชีให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้อย่างสะดวก ดังนั้นการจัดทำบัญชีจึงเป็นขั้นตอนที่ธุรกิจห้ามละเลยเด็ดขาด เพราะนอกจากการนำข้อมูลมาช่วยในการดำเนินธุรกิจแล้ว ยังมีข้อบังคับและกฎหมายที่ระบุไว้ให้ทุกธุรกิจต้องปฏิบัติตามอีกด้วย

            กฎหมายได้มีการระบุไว้ว่า นิติบุคคลที่ทำการจดทะเบียนบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด ต้องทำบัญชี และจัดส่งงบการเงินให้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมสรรพากร โดยการยื่นแบบ ภ.ง.ด. 50 และ ภ.ง.ด. 51 รวมถึงงบการเงินปีละครั้ง หรือจะยื่นมากกว่านั้นก็ได้

            หากธุรกิจไม่มีการทำบัญชี จะเกิดอะไรขึ้น? แน่นอนว่าคุณจะไม่ทราบเลยว่า ธุรกิจมีกำไรหรือขาดทุนไปเท่าไร แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจเป็นอย่างไรและหลายละเอียดงบการเงินต่าง ๆ ที่มีผลต่อการวางแผนธุรกิจ รวมถึงการประเมินสภาพคล่องทางการเงินด้วย โดยไม่ว่าคุณเป็นธุรกิจที่เริ่มต้นใหม่ หรือเป็นธุรกิจที่จัดตั้งมานานแล้วก็ตาม การทำบัญชีจะช่วยคุณได้มากเลยทีเดียว นอกจากนี้ความสำคัญของกฎหมายทำให้การทำบัญชีเป็นขั้นตอนที่ต้องมีความละเอียดมากขึ้น เพราะถ้าหากผู้ทำบัญชีของบริษัทลืมยื่นงบการเงินล่าช้า ผู้ทำบัญชีและกรรมการผู้จัดการต้องรับผิดชอบในการเสียค่าปรับ ตั้งแต่ 1,000 บาท – 36,000 บาท ฉะนั้นถ้าหากไม่อยากเสียค่าปรับอันแสนแพง ห้ามลืมทำบัญชีและงบการเงินเด็ดขาด

 

 

2018-11-16 14:32:18
ความจำเป็นในการจัดทำงบการเงินทางกฎหมายที่ธุรกิจไม่ควรละเลย

           การทำธุรกิจไม่ได้ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของธุรกิจเท่านั้น แต่การทำธุรกิจจะดำเนินต่อไปได้ยังมีข้อบังคับ กฎหมาย การทำบัญชี การตลาดและอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นการทำธุรกิจจึงไม่ใช่เรื่องง่ายและเป็นไปไม่ได้ที่จะทำเพียงคนเดียว เพราะกฎหมายคือสิ่งสำคัญที่ทุกธุรกิจต้องปฏิบัติตามอย่างความจำเป็นในการจัดทำงบการเงินของธุรกิจ ที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เหตุผลเพราะว่า

           1.เนื่องจาก พ.ร.บ. การบัญชีปี พ.ศ. 2543 กำหนดให้กิจการต้องมีการทำบัญชี และจัดทำงบการเงินส่งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ภายในระยะเวลา 5 เดือน นับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี

           2. เนื่องจากประมวลรัษฎากร โดยกรมสรรพากรกำหนดให้ต้องยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลภายในระยะเวลา 150 วัน นับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีเช่นกัน

             การจัดทำงบการเงินของธุรกิจในแต่ละรอบบัญชีจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อทำตามข้อกำหนดและระเบียบข้อบังคับ รวมถึงทำให้การดำเนินธุรกิจนั้นเป็นไปอย่างเป็นระบบ แม้ว่าธุรกิจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายและเสียเวลาไปกับการทำเอกสารเหล่านี้ แต่ข้อบังคับและกฎหมายเหล่านี้ยังมอบสิทธิประโยชน์ที่เอื้อต่อการทำธุรกิจหลาย ๆ ด้านด้วยกันทั้งด้านการนำเข้าและส่งออก, การเสียภาษี และอื่น ๆ นอกจากนี้งบการเงินยังสามารถทำให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์และวางแผนการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอีกด้วย

            ดังนั้นธุรกิจที่เป็นนิติบุคคลจะต้องจัดทำงบการเงินให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด มิเช่นนั้นจะต้องได้รับบทลงโทษ อาทิเช่น หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องเสียค่าปรับ ในกรณีปิดบัง ลงรายการเท็จ, แก้ไขและละเว้นการลงรายการในบัญชีหรืองบการเงินมีกำหนดลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีและเสียค่าปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท เป็นต้น ด้วยบทลงโทษอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคต ธุรกิจจึงไม่ควรละเลยการจัดทำงบการเงินให้ถูกต้อง

 

 

 

 

 

 

2018-11-16 14:32:28
สำนักงานบัญชียังจำเป็นอยู่หรือไม่ หากมีโปรแกรมบัญชีแล้ว

            สิ่งหนึ่งที่ทำให้นักบัญชีในยุคนี้ต้องปรับตัว ไม่ใช่ความยุ่งยากของเอกสารหรือข้อกฎหมายแต่เป็นการปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีใหม่ ๆ สามารถเพิ่มความสะดวกสบายในการทำงานให้กับนักบัญชีได้ ทั้งการทำบัญชีรายเดือน การทำงบการเงิน หรือแม้แต่การทำภาษี เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาทำให้การดำเนินงานของนักบัญชีง่ายยิ่งขึ้น ด้วยระบบบัญชีสมัยใหม่หรือที่เรียกกันว่า “โปรแกรมบัญชี”

            โดยโปรแกรมบัญชีเหล่านี้ อาจเป็นสิ่งที่ทำให้นักบัญชีและสำนักบัญชีหลาย ๆ บริษัทกำลังกังวลว่าในอนาคตมันจะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานด้านบัญชี อีกทั้งยังเข้ามาเปลี่ยนทักษะในการทำงานด้านบัญชีอีกด้วย อย่างไรก็ตามนักบัญชีอย่างพึ่งกังวลไป เพราะโปรแกรมหรือระบบบัญชีจะเข้ามาช่วยการบันทึกข้อมูลและรายการข้อมูลเท่านั้น ยังมีอีกหลาย ๆ อย่างที่โปรแกรมบัญชีทำไม่ได้ อาทิเช่น ทักษะเฉพาะทางด้านบัญชี, การปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชี, ข้อกำหนดทางภาษี, ความถูกต้องของข้อมูล เป็นต้น

            ดังนั้นแม้ว่าเราจะมีโปรแกรมบัญชีไว้ใช้ในบริษัทแล้ว แต่บริษัทก็ยังต้องพึ่งสำนักบัญชีอยู่ดี เพราะบริษัทที่ไม่มีนักบัญชีจะต้องมีที่ปรึกษาด้านบัญชี เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและรับรองว่าข้อมูลที่ได้รายงานออกมานั้นเป็นความจริง ไม่มีการบิดเบือนใด ๆ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้บริษัทต้องกังวลเวลาถูกตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐและเพื่อหลีกเลี่ยงการต้องเสียเบี้ยปรับเพิ่มหากข้อมูลไม่มีความถูกต้อง

            หากคุณมีโปรแกรมบัญชีแล้ว อย่าลืมจ้างสำนักบัญชีเพื่อรับรองและตรวจสอบความถูกต้องของรายงานทางบัญชีด้วย สำนักงานบัญชีคุณภาพอย่าง บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด

 

 

2018-11-16 14:32:35
สัญญาเช่าซื้อรถใหม่ ผ่อนรถวันนี้ลดต้น-ลดดอก จริงหรือไม่?

           หลังจาก สคบ. ออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่องให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2561 ซึ่งมีผลมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมานั่นเท่ากับว่าผู้ที่ซื้อรถยนต์หลังจากวันที่ออกประกาศสัญญาสามารถผ่อนรถลดต้น-ลดดอกได้ แต่สัญญาเช่าซื้อฉบับใหม่นี้บังคับใช้เฉพาะการผ่อนรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ระหว่างธุรกิจให้เช่าซื้อกับผู้บริโภคที่ต้องการซื้อรถไปเพื่อใช้งานส่วนตัวเท่านั้น ไม่ใช่การซื้อเพื่อนำไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ อาทิเช่น รับจ้างหรือให้เช่า เป็นต้น

            เมื่อข่าวนี้ออกมาทำให้หลาย ๆ คนสงสัยว่าสัญญาเช่าซื้อฉบับใหม่นี้ลดต้น-ลดดอกได้จริงหรือไม่? อันที่จริงกฎหมายไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า สัญญาฉบับนี้จะเป็นการลดต้น-ลดดอกอย่างไร เมื่อผู้บริโภคผ่อนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ แต่เนื้อหาหลัก ๆ เป็นการประกาศเรื่องการคิดอัตราดอกเบี้ย เมื่อผู้บริโภคไม่ผ่อนชำระตามกำหนด และการปรับลดดอกเบี้ยเมื่อผู้เช่าซื้อมีความประสงค์ที่จะขอผ่อนชำระค่าเช่าซื้อรถทั้งหมดในครั้งเดียว หรือมีความต้องการปิดบัญชีเพียงเท่านั้น

 

ถ้างั้น! ผ่อนรถแล้วลดต้น-ลดดอกอย่างไร?

            ในสัญญาเช่าซื้อรถฉบับใหม่ มีการระบุถึง “Effective Interest Rate หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี” นั่นหมายความว่า ดอกเบี้ยที่ผู้เช่าซื้อจะต้องจ่ายในแต่ละงวด จะเป็นการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้น-ลดดอก โดยเป็นการคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นคงเหลือในแต่ละงวด จากเดิมที่เป็นแบบ “Flat Rate หรืออัตราดอกเบี้ยแบบคงที่” ซึ่งเป็นการคิดดอกเบี้ยที่ทำให้ผู้เช่าซื้อสามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ ว่าในแต่ละงวดนั้นมียอดต้องชำระเท่าไร โดยเป็นการคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นตามจำนวนตั้งต้น เช่นเงินกู้ 100,000 บาท ดอกเบี้ยก็จะคิดตามเงินต้น ไม่ว่าจะผ่านไปกี่งวดก็ตาม

            จากที่กล่าวไปข้างต้นอาจดูเหมือนว่าจะหวานปากผู้เช่าซื้อ แต่ช้าก่อน! มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเสมอไป เพราะไฟแนนซ์จะไม่คิดดอกเบี้ยแค่ 2-3% ตามแบบ Flat Rate อย่างแน่นอน แต่อาจจะคิดดอกเบี้ย 4-5% เลยทีเดียว เนื่องจากในสัญญาฉบับนี้ ไม่ได้มีกฎหมายข้อไหนบอกถึงอัตราดอกเบี้ยสูงสุด ดังนั้นผู้ประกอบการสามารถคิดดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นได้ เมื่อมาคิดคำนวณดูแล้วจำนวนเงินที่ต้องจ่ายอาจไม่ต่างกันมาก นอกจากนี้สำหรับผู้เช่าซื้อที่ต้องการปิดบัญชีทั้งหมด ผู้ประกอบการหรือผู้ให้เช่าซื้อจะต้องให้ส่วนลดดอกเบี้ยกับผู้เช่าซื้อหรือลูกค้า ในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของดอกเบี้ย

 

 

2018-11-16 14:32:44
สำนักงานบัญชีคุณภาพในยุคดิจิทัล ที่เป็นมากกว่าการทำบัญชี

            สิบปีก่อนภาพของคำว่าสำนักงานบัญชีของคนส่วนใหญ่ จะเป็นภาพการทำบัญชีที่มีข้อมูลและตัวเลขมากมาย ซึ่งเราต่างรู้กันดีว่ามันมีความซับซ้อนและอาจจะมีหลายขั้นตอน โดยผู้ทำบัญชีจึงต้องเป็นผู้ที่ศึกษาทางด้านบัญชี เพราะในสำนักงานบัญชีจะต้องใช้ศัพท์หรือความรู้เกี่ยวกับบัญชีมาประกอบการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ในปัจจุบันการดำเนินงานของสำนักบัญชีได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ส่วนใหญ่จะทำบัญชีอยู่ที่สำนักงาน ไปสู่การเป็นที่ปรึกษาด้านบัญชีให้บริษัทต่าง ๆ แทน

            โดยการเป็นที่ปรึกษาด้านบัญชีให้กับบริษัทต่าง ๆ นักบัญชีจะต้องออกไปพบและตรวจสอบให้คำปรึกษาที่บริษัทของผู้ว่าจ้าง เนื่องจากบริษัท ห้างหุ้นส่วนต่าง ๆ จะมีนักบัญชีไว้ทำบัญชีเป็นของตนเอง ซึ่งอาจไม่มีความรู้ลึกเรื่องกฎหมายมากนัก จึงอาจทำให้ข้อมูลผิดพลาดได้ ดังนั้นการมีที่ปรึกษาด้านบัญชีจะทำให้บริษัทมีผู้ตรวจสอบและสามารถยืนยันได้ว่างบการเงินหรือภาษี และเอกสารต่าง ๆ ถูกต้องและเป็นจริง

การมีที่ปรึกษาด้านบัญชีจะช่วยอะไรได้บ้าง?

  • ที่ปรึกษาด้านบัญชีจะทำให้บริษัทและห้างหุ้นส่วน สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้
  • ให้คำปรึกษาและแนะนำวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง และสามารถนำผลต่าง ๆ ไปใช้ในอนาคตได้
  • นอกจากบริษัทและห้างหุ้นส่วนจะมีที่ปรึกษาด้านภาษีอีกด้วย โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับภาษี อีกทั้งยังทำให้บริษัทมีการวางแผนภาษีที่ดี ทำให้ลดความเสี่ยงทางภาษีและอาจทำให้ประหยัดเงินภาษีได้บ้าง
  • ลดความเสี่ยงที่จะทำให้บริษัทและห้างหุ้นส่วนถูกเรียกพบ ในกรณีเสียเบี้ยปรับหรือถูกประเมินภาษีเพิ่ม

           บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพที่ได้รับการรับรองคุณภาพ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ให้บริการรับทำบัญชี วางระบบบัญชีและเป็นที่ปรึกษาบัญชี ด้วยบริการที่มีคุณภาพจากบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน ไว้ใจให้เราทำงานร่วมกับคุณสามารถติดต่อได้ที่ 02-439-4600 หรือ arac@ar.co.th

 

 

2018-11-16 14:32:51
คุณสมบัติการเป็นนักบัญชียุคใหม่ที่ดี

            ไม่ว่าจะในอดีตหรือในปัจจุบัน นักบัญชียังคงมีความสำคัญสำหรับธุรกิจ เพราะเมื่อธุรกิจมีการทำการค้า หรือดำเนินการต่าง ๆ จะต้องมีนักบัญชีไว้สำหรับการทำบัญชีทั้ง บันทึก จัดการ และวิเคราะห์บัญชี แม้ว่าโลกจะมีการพัฒนา เทคโนโลยีสามารถช่วยเหลือมนุษย์ได้มากขึ้นทุกบริษัทก็ยังต้องการนักบัญชีที่มีความสามารถในการควบคุมและพัฒนาไปพร้อม ๆ กับเทคโนโลยีเหล่านั้นได้ อย่างเช่นหลายบริษัทรับทำบัญชี มีการนำโปรแกรมหรือใช้ระบบทำบัญชีออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำงาน ซึ่งสร้างประโยชน์ให้ทั้งธุรกิจและตัวนักทำบัญชีเอง ดังนั้นการที่จะเป็นนักบัญชียุคใหม่จึงไม่ใช่เรื่องง่าย คุณสมบัติของการเป็นนักบัญชีจะเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา ซึ่งในยุคดิจิทัลสิ่งที่นักบัญชีหลัก ๆ มีดังต่อไปนี้

สามารถนำความรู้พื้นฐานไปประยุกต์ใช้กับซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ

            เนื่องจากเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาไปได้ไกล นักบัญชีต้องพัฒนาตามไปด้วย เพราะซอฟต์แวร์หรือระบบทำบัญชีออนไลน์ สามารถเข้ามาช่วยนักบัญชีรับทำบัญชีได้มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น แม้ว่าเราจะไม่มีความรู้เกี่ยวกับระบบนั้น แต่เชื่อเถอะว่าซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ จะช่วยนักบัญชีลดเวลาการทำงานได้

สามารถเข้าไปช่วยทำงานในส่วนอื่น ๆ ของบริษัท

            นอกจากการประยุกต์ใช้ความรู้ที่มีอยู่กับซอฟต์แวร์แล้ว บทบาทของนักบัญชีก็เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยนักบัญชีไม่ใช่คนที่นั่งทำบัญชีแบบเดิมอีกต่อไป เพราะนักบัญชีสามารถให้คำปรึกษาภายในองค์กร การวิเคราะห์การเงินและเศรษฐกิจ รวมถึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนกลยุทธ์ระยะยาวได้ ซึ่งในอนาคตการทำบัญชีของนักบัญชี อาจเป็นแค่เรื่องพื้นฐานเท่านั้น

            อย่างไรก็ตามคุณสมบัติที่นักบัญชียังคงต้องมีและขาดไม่ได้คือ การเป็นนักบัญชีที่มีคุณภาพ และต้องมีความรู้ที่รอบด้านไม่ว่าจะเป็น บัญชีการเงิน บัญชีบริหาร ภาษีอากร และข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวกับบัญชี
 

 


 

 

2018-11-16 14:32:59
3 เหตุผลที่ทำไมโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์บัญชีจึงมีประโยชน์

           การจัดการการเงินของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่าย, ใบเสร็จและสเปรดชีตของรายได้ จำเป็นต้องใช้วิธีต่าง ๆ ในการรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินที่ค่อนข้างซับซ้อน ซึ่งถ้าหากไม่รอบคอบอาจมีความเสี่ยงทำให้ข้อมูลทางการเงินของธุรกิจผิดพลาดได้ อย่างไรก็ตามสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ด้วยซอฟต์แวร์หรือระบบบัญชีที่ถูกต้อง โดยการจัดเตรียมไฟล์บัญชีที่ทันสมัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาของการเสียภาษี ทำให้หลาย ๆ ธุรกิจหันมาพึ่งโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์บัญชีเพราะมันสามารถสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจได้มากมายดังต่อไปนี้

โปรแกรมบัญชีสามารถทำงานได้อัตโนมัติไม่ซับซ้อน

            การรวบรวมข้อมูลแบบเดิมอาจทำให้ผู้ที่รับทำบัญชีจะต้องมานั่งป้อนข้อมูลเป็นเวลานานและทำให้ข้อมูลผิดพลาดได้ ดังนั้นผู้ทำบัญชีหรือธุรกิจจึงควรใช้ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมในการป้อนข้อมูลได้อย่างอัตโนมัติภายในครั้งเดียว ด้วยซอฟต์แวร์และโปรแกรมสมัยใหม่สามารถทำให้ธุรกิจเข้าใจการชำระเงินของลูกค้า รวมถึงประวัติการซื้อของลูกค้าและสามารถเรียกใช้ใบแจ้งหนี้ทำให้การชำระเงินสามารถทำได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย โดยประวัติการทำธุรกรรมต่าง ๆ จะถูกจัดเก็บไว้ในระบบโดยที่คุณไม่จำเป็นต้องป้อนข้อมูลด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้ผู้ทำบัญชีประหยัดเวลาและยังช่วยลดข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการป้อนข้อมูลด้วยตนเอง

ช่วยธุรกิจจัดการภาษี

            การใช้ระบบและโปรแกรมบัญชีที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจบันทึกและรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องทำให้งานบัญชีของคุณง่ายยิ่งขึ้นและสะดวกในการจัดการภาษี นอกจากนี้ซอฟต์แวร์บางตัวยังมีระบบที่สอดคล้องกับกฎของสำนักงานภาษีด้วยการจัดรูปแบบเอกสารต่าง ๆ ได้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้คุณไม่ต้องปวดหัวกับการจัดการภาษีในช่วงเวลาเสียภาษี

ลดค่าใช้จ่าย

           โปรแกรมบัญชีอัตโนมัติช่วยให้ธุรกิจสามารถประหยัดเงินได้ในระยะยาวและช่วยลดการจ้างพนักงานทำบัญชีได้ นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ยังมีรูปแบบการกำหนดราคาตามการสมัครโดยมีต้นทุนที่ต่ำ ด้วยการสมัครรับข้อมูลจะช่วยให้คุณได้รับการอัปเดต, การสนับสนุนและเครื่องมือต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถมุ่งความสนใจไปที่การดำเนินธุรกิจของคุณได้จริง

 

 

2018-11-16 14:33:08
รู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจมีที่ปรึกษาด้านบัญชีที่ดี

            สำหรับการให้คำปรึกษาด้านบัญชีกับธุรกิจผู้ที่มีหน้าที่ให้คำปรึกษาไม่ได้ดูแค่บัญชีเพียงอย่างเดียว เพราะจะต้องมีบริการพิเศษอื่น ๆ เพื่อให้ธุรกิจได้รับประโยชน์และสามารถดำเนินธุรกิจไปในทิศทางที่ถูกต้องได้

ข้อมูลบริหารงานด้านจัดการการเงิน

            การเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินต้องใช้ที่ปรึกษาและต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อระบุแหล่งข้อมูลทางการเงิน แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการรวบรวมและประมวลผลข้อมูลทางการเงิน ดังนั้นที่ปรึกษาด้านบัญชีจะต้องสามารถประมวลผลข้อมูลและจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบที่ถูกต้องได้ นอกจากนี้ยังต้องช่วยให้ลูกค้าบรรลุภาระผูกพันทางการเงินของตัวเอง เพราะลูกค้าอาจต้องการความช่วยเหลือในการพัฒนา, การนำไปปฏิบัติและการบำรุงรักษากระบวนการควบคุมทางการเงิน

การให้คำแนะนำเฉพาะทาง

            ที่ปรึกษาด้านบัญชีจะต้องให้คำแนะนำด้านการเงินที่เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง โดยคุณภาพของคำแนะนำจะมีผลต่อวิธีที่ลูกค้าทำงานร่วมกับพนักงานบัญชีของพวกเขา การให้คำแนะนำเฉพาะทางจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะทำให้ลูกค้าร่วมเป็นพันธมิตรต่อไป เนื่องจากสามารถมองเห็นประโยชน์ที่บริษัทนำเสนอความเชี่ยวชาญทางด้านบัญชี เช่นการตรวจสอบทางกฎหมายจะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้า

การพัฒนาระบบบัญชี

            ด้วยการเพิ่มขึ้นของการบริหารธุรกิจแบบลีน จึงทำให้องค์กรต่าง ๆ ใช้หลักการบริหารแบบลีนในแผนกบัญชีของตนด้วย เนื่องจากสิ่งนี้เป็นการเพิ่มความต้องการให้ระบบบัญชีมีความทันสมัย เพื่อรองรับความต้องการขององค์กร สำหรับเรื่องนี้มักต้องใช้ที่ปรึกษาด้านบัญชีเข้าไปดูแล เพราะการสร้างระบบบัญชีสมัยใหม่จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์โครงสร้างอุตสาหกรรมและรูปแบบธุรกิจของลูกค้าอย่างละเอียด การมีที่ปรึกษาจะทำให้สามารถคาดการณ์และคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่อาจเกิดขึ้น ในแนวทางปฏิบัติทางบัญชีข้อมูลที่ถูกรวบรวมสามารถนำมาใช้สำหรับการพัฒนาระบบบัญชีได้จึงต้องมีการทดสอบและปรับแก่ก่อนส่งมอบให้กับลูกค้า โดยระบบต้องได้รับการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันที    

 

 

2018-11-16 14:33:14
ที่ปรึกษาด้านบัญชีทำอะไรให้กับธุรกิจ

สำหรับทุก ๆ ธุรกิจหนึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในธุรกิจคือฝ่ายบัญชี (Account) ซึ่งเป็นฝ่ายที่ต้องมีการจัดการกับความรับผิดชอบที่สำคัญหลาย ๆ อย่างและการทำงานของบริษัทก็มีความสำคัญต่อความสำเร็จโดยรวมขององค์กร สิ่งนี้จึงทำให้องค์กรและธุรกิจบางแห่งต่างตามหาผู้ให้คำปรึกษาด้านบัญชี โดยจะเป็นประโยชน์สำหรับองค์กรและธุรกิจเป็นอย่างมาก แต่ก่อนที่จะตามหาผู้ให้คำปรึกษาด้านบัญชี คุณต้องทำความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับบริการของที่ปรึกษาด้านบัญชีก่อนที่จะว่าจ้างที่ปรึกษาให้กับธุรกิจ

งานหลัก ๆ ของที่ปรึกษาด้านบัญชี คือการช่วยผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ เข้าใจรายงานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นโดยพนักงานทำบัญชี ซึ่งพวกเขาต้องศึกษาข้อมูลที่จะนำเสนอและช่วยให้ฝ่ายบริหารเข้าใจได้ว่าข้อมูลและตัวเลขขององค์กรเป็นอย่างไร นอกจากนี้ยังต้องวิเคราะห์งบการเงินและให้ความสำคัญกับผู้บริหาร

นอกจากนี้การคาดการณ์ทางการเงินก็ยังเป็นอีกหนึ่งงานสำคัญสำหรับที่ปรึกษาด้านบัญชี ที่ต้องช่วยในการตรวจสอบความสามารถในการทำกำไรขององค์กร โดยการวิเคราะห์บัญชีเจ้าหนี้ ซึ่งพวกเขาสามารถให้คำปรึกษาด้านบัญชีเพื่อช่วยองค์กรปรับปรุงกระบวนการทำบัญชีได้ โดยการตั้งหลักปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสม่ำเสมอในการทำบัญชี พวกเขาสามารถวิเคราะห์ความต้องการทางด้านบัญชีได้มากขึ้น

ที่ปรึกษาด้านบัญชีช่วยให้คุณเข้าใจว่ารายงานต่าง ๆ มีความหมายและข้อมูลที่มีผลต่อบริษัทอย่างไร ที่ปรึกษาด้านบัญชีจะให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับบริการทางบัญชี ได้แก่

  • การคาดการณ์ทางการเงิน
  • การวิเคราะห์งบการเงิน
  • การตรวจสอบความสามารถในการทำกำไรของธุรกิจของคุณ
  • การวิเคราะห์บัญชีเจ้าหนี้
  • ตั้งค่าการบัญชีให้สอดคล้องกัน

 

 

2018-11-16 14:33:21
ความสำคัญของงบการเงิน (Financial Statement)

            งบการเงินเป็นข้อมูลสำคัญที่สะท้อนถึงสุขภาพทางการเงินของธุรกิจ งบการเงินจะถูกรวบรวมและขึ้นอยู่กับการทำบัญชีประจำวัน ซึ่งเป็นการติดตามเงินทุนที่ไหลเข้าและออกจากธุรกิจ งบการเงินจึงมีประโยชน์ในการตัดสินใจเกี่ยวกับการขยายและการจัดหาเงินทุน พวกเขายังมีส่วนในการตัดสินใจทางการตลาดโดยให้ข้อมูลที่ชี้ว่าลักษณะการดำเนินงานของ บริษัท มีผลตอบแทนจากการลงทุนมากที่สุด

ความสำคัญต่อการจัดการ

            งบการเงินช่วยให้ผู้บริหารสามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าและโอกาสทางธุรกิจที่มีต่อธุรกิจด้วยการให้ผู้บริหารจัดการสาเหตุของผลประกอบการทางธุรกิจทำให้สามารถกำหนดนโยบายและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมในอนาคตได้

            การวิเคราะห์เปรียบเทียบงบการเงินมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทำให้รู้ถึงความคืบหน้าในการดำเนินการและฐานะของกิจการ รวมถึงทำให้ผู้บริหารสามารถปรับเปลี่ยนนโยบายที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยได้

ความสำคัญกับผู้ถือหุ้น

            งบการเงินจะช่วยให้ผู้ถือหุ้นทราบเกี่ยวกับประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารงานตลอดจนความสามารถในการสร้างรายได้และความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท ในการวิเคราะห์งบการเงินผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบความสามารถในการหากำไร ตำแหน่งปัจจุบันของธุรกิจและโอกาสในอนาคตของบริษัทซึ่งจะทำให้ผู้ถือหุ้นสามารถตัดสินใจลงทุนในบริษัทได้อีกด้วย

ความสำคัญต่อผู้ให้กู้ / เจ้าหนี้

           งบการเงินนี้คือสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับซัพพลายเออร์ในปัจจุบันและในอนาคตและผู้ให้กู้ในอนาคตได้ เนื่องจากงบการเงินสามารถแสดงถึงสภาพคล่องของการทำกำไรได้ในระยะยาวส่งผลให้ผู้ให้กู้ตัดสินใจเกี่ยวกับการให้กู้ในอนาคต

ความสำคัญต่อสาธารณะ

           ธุรกิจเป็นองค์กรทางสังคมและกลุ่มต่าง ๆ ในสังคมแม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจ แต่ก็มีความสนใจที่จะทราบความคืบหน้าและโอกาสในการดำเนินธุรกิจขององค์กร อย่างเช่น นักวิเคราะห์ทางการเงิน, นักกฎหมาย, สมาคมการค้า, สหภาพแรงงาน, สื่อมวลชน, นักวิชาการวิจัยและครูเป็นต้น โดยผ่านงบการเงินที่เผยแพร่นี้ โดยบุคคลเหล่านี้สามารถวิเคราะห์, ตัดสินและแสดงความคิดเห็นต่อองค์กรธุรกิจได้

 

 

 

2018-11-16 14:33:46
คุณสมบัติของผู้วางระบบบัญชี

คุณสมบัติของผู้วางระบบบัญชี

            แม้ว่าการวางระบบบัญชีในธุรกิจจะมีเทคโนโลยีที่สามารถเพิ่มความสะดวกสบายทางด้านการเงินให้กับแต่ละธุรกิจได้มากขึ้นแล้ว แต่การวางระบบบัญชีก็ต้องอาศัยผู้วางระบบบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้เกี่ยวกับการวางระบบบัญชีพอสมควรด้วยเช่นกัน ซึ่งคุณสมบัติของผู้วางบัญชีที่ควรพึงมีแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันได้แก่

1. คุณสมบัติเฉพาะตัว

            คุณสมบัติเฉพาะตัว เป็นคุณสมบัติที่ผู้วางบัญชีจะหาได้จากการฝึกฝน มุ่งมั่นเพื่อให้มีความเชี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่งด้วยตนเอง ไม่สามารถหาได้จากตำราใด ๆ เนื่องจากเป็นคุณสมบัติที่ผู้ทำงานทุก ๆ คนจำเป้นต้องมี ซึ่งได้แก่คุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • เป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี
  • มีการฝึกฝนและเข้าใจเครื่องมือการใช้ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
  • เป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตนเอง
  • มีความสามารถในการจูงใจคนได้
  • นำความรู้ทางวิชาการมาอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้

2. คุณสมบัติทางด้านวิชาการ

            คุณสมบัติทางด้านวิชาการ เป็นคุณสมบัติที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้วางระบบบัญชี โดยคุณสมบัตินี้จะเกิดจากการเรียนรู้ในตำราเรียน และการหาความรู้นอกห้องเรียนของตัวผู้วางระบบบัญชีเอง ทั้งทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ ซึ่งผู้วางระบบบัญชีต้องมีคุณสมบัติทางด้านวิชาการดังต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านบัญชี รวมถึงหลักการบัญชีทุกประเภท
  • ความรู้และหลักการด้านกฎหมาย
  • หลักการบริหารงาน

 

 

 

2018-11-16 14:33:54
ระบบบัญชีในธุรกิจ : ระบบบัญชีซื้อ

           ในธุรกิจการวางระบบบัญชีเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งต้องมีระบบบัญชีที่เกี่ยวข้องมากมาย หนึ่งในระบบบัญชีที่ธุรกิจขาดไปไม่ได้เลยคือ ระบบบัญชีซื้อที่ทำให้ธุรกิจสามารถจัดการรายการสั่งซื้อของธุรกิจได้ วันนี้เราจะมาดูกันว่าทำไมระบบบัญชีซื้อถึงมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจเป็นอันดับต้น ๆ

            เนื่องจากระบบบัญชีซื้อโดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับการซื้อที่เกิดขึ้นในธุรกิจ ทั้งการซื้อสินค้า วัตถุดิบ วัสดุอุปกรณ์ และบริการต่าง ๆ ที่ธุรกิจได้ใช้จ่ายเพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตสินค้าและบริการในธุรกิจของตนเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะรวมถึงการพิจารณาและตัดสินใจเกี่ยวกับจำนวนเงิน ผู้จำหน่ายสินค้า การเก็บสินค้าเข้าคลังสินค้า และการจัดสรรเพื่อเตรียมให้บริการ

            ดังนั้นการที่ธุรกิจมีข้อมูลครบถ้วนและถูกต้องจะทำให้การจัดซื้อสามารถดำเนินไปได้อย่างดี มีประสิทธิภาพและทันเวลา นอกจากนี้ยังสามารถทำให้ธุรกิจพิจารณาและตัดสินใจในเรื่องของราคา ปริมาณและคุณภาพของสินค้าจากผู้ขายได้อีกด้วย การที่มีข้อมูลครบถ้วนและสามารถดำเนินไปในช่วงเวลาที่เหมาะสมได้จะทำให้การจัดซื้อดำเนินไปได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็ว ซึ่งการวางระบบบัญชีจะทำให้ธุรกิจสามารถดำเนินการจัดซื้อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากระบบบัญชีเป็นตัวกลางในการจัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ เอกสาร และการบริหารจัดการภายในธุรกิจ ซึ่งระบบบัญชีจะช่วยลดผลกระทบที่อาจส่งผลต่อต้นทุนในการผลิตได้โดยตรง

            ดังนั้นการวางระบบบัญชีซื้อจะทำให้การจัดซื้อมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะว่าการที่บริษัทจะซื้อทั้งเครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์และอื่น ๆ จะต้องได้รับการอนุมัติให้จัดซื้อก่อน ทำให้การจัดซื้อเป็นไปตามขั้นตอนที่วางไว้

 

 

2018-11-16 14:34:01
การวางระบบบัญชี เพื่อความสะดวกในการบันทึกข้อมูลทางการเงิน

            การวางระบบบัญชี เป็นการวางระบบบัญชี เพื่อบันทึกข้อมูลภายในธุรกิจที่เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการทำบัญชี เนื่องจากระบบบัญชีสามารถทำให้ธุรกิจควบคุมรายจ่าย และใช้แสดงสถานภาพทางการเงิน ตลอดจนรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานทางการเงิน เพื่อนำเสนอรายงานทางการเงินของธุรกิจให้กับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยงานวางระบบบัญชีจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกันดังนี้

การวางระบบบัญชีแบบใหม่ แบ่งเป็น 2 แบบด้วยกัน

  • การวางระบบบัญชีในกิจการที่เปิดขึ้นใหม่
  •  วางระบบบัญชีในกิจการที่มีการจัดตั้งมานานแล้ว มักเกิดขึ้นกับกิจการที่มีการจัดตั้งอยู่แล้ว และมีกิจการในเครือที่ต้องการเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น

การวางระบบบัญชีให้ครอบคลุมถึงสาขาที่เปิดใหม่

          มักเกิดขึ้นกับกิจการที่เกิดมานานแล้วแต่มีการวางเฉพาะส่วนงานใหม่หรือสาขาใหม่แต่ใช้ชื่อกิจการเดิมเป็นการวางระบบบัญชีเพื่อให้ครอบคลุมด้านการเงินมากยิ่งขึ้น

การวางระบบบัญชี เพื่อปรับปรุงบัญชีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

          เป็นการวางระบบบัญชีเฉพาะส่วนที่ควรปรับปรุง เนื่องจากการปรับปรุงระบบบัญชีสามารถทำให้ระบบบัญชีมีความรัดกุมและสะดวกมากยิ่งขึ้น

 การวางระบบบัญชีที่ดีมีอะไรบ้าง

  • สามารถใช้ข้อมูลได้จริง มีความถูกต้องและเที่ยงตรงในการดำเนินการ
  • สามารถนำเสนองบการเงิน และข้อมูลทางการเงินอื่น ๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารกิจการ
  • สามารถใช้เป็นข้อมูลในการคำนวณภาษีในขั้นพื้นฐานได้
  • สามารถเปรียบเทียบข้อมูลทางการเงินในอดีตและปัจจุบันได้ง่าย

 

 

2018-11-16 14:34:15
ส่วนประกอบของระบบบัญชี

ส่วนประกอบระบบบัญชีของบริษัทจะมีความคล้าย ๆ กัน แม้ว่าประเภทธุรกิจหรือวัตถุประสงค์จะมีความแตกต่างกันก็ตาม อย่างเช่นบางบริษัทวางระบบบัญชีเพื่อนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ ยอดเงินลงทุน หรือต้นทุนในการผลิตสินค้า และอื่น ๆ ที่แตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามความแตกต่างเหล่านี้ของแต่ละธุรกิจก็ไม่ได้ส่งผลให้ส่วนประกอบของระบบบัญชีต้องแตกต่างตามไปด้วย ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าส่วนประกอบของระบบบัญชีที่มีความสำคัญมาก ๆ มีอะไรบ้าง

1.เอกสารและรายงานประกอบการบันทึกบัญชี ซึ่งประกอบด้วย

- แบบฟอร์มต่าง ๆ เช่น ใบเสร็จรับเงิน, ใบกำกับสินค้า และอื่น ๆ แบบฟอร์มเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำธุรกิจในทุก ๆ วันและยังเป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชีประจำวันอีกด้วย

- สมุดบันทึกรายการ โดยแบ่งเป็นสมุดบันทึกรายการขั้นต้น คือสมุดที่ใช้บันทึกรายการการค้าที่เกิดขึ้น โดยต้องเรียงตามลำดับวัน เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบและบันทึกบัญชี ส่วนสมุดบันทึกรายการขั้นปลายคือสมุดบัญชีแยกประเภทรายการ

- รายงานทางการเงิน เราจะใช้เสนอให้กับต่อฝ่ายบริหารจัดการ ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้รวมถึงหน่วยงานราชการ เช่นการจัดทำงบการเงิน รายงานการขายและอื่น ๆ

2. ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงาน

ในการบันทึกบัญชีเราจะต้องมีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ฟอร์ม การบันทึกรายการ การจำแนกรายการบัญชีและการจัดทำรายงานต่าง ๆ ต้องมีวิธีการปฏิบัติไปตามขั้นตอนจะก้าวข้ามไปไม่ได้

3. เครื่องมือที่ใช้

เครื่องมือที่ใช้มีความจำเป็นอย่างยิ่งในระบบบัญชี เพราะสามารถช่วยประหยัดเวลาของพนักงานและลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดจากการดำเนินงาน เช่นเครื่องคิดเลข เครื่องคอมพิวเตอร์และอื่น ๆ​​​​​​​

4. ผู้ปฏิบัติงาน

เป็นอีกหนึ่งส่วนประกอบที่สำคัญของระบบบัญชี ซึ่งขาดไปไม่ได้เลยนั่นก็คือผู้ปฏิบัติงาน หรือพนักงานนั่นเอง โดยพนักงานที่จะมาปฏิบัติหน้าที่ต้องเป็นผู้มีความรู้ทางด้านวิชาการบัญชีและระบบบัญชี รวมถึงมีประสบการณ์ที่จะสามารถนำระบบบัญชีที่วางไว้มาใช้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากที่สุด​​​​​​​

 

2018-11-16 14:34:09
ระบบบัญชี ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับธุรกิจ

ระบบบัญชี คือระบบที่ใช้ในการจัดการรายได้, การจัดเก็บข้อมูลทางการเงิน, การจำแนกประเภทบัญชี, ค่าใช้จ่ายและกิจกรรมทางการเงินอื่น ๆ ของธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นใบแจ้งหนี้, เงินที่ใช้จ่ายจากบัญชีธนาคารของธุรกิจ และเช็คจากซัพพลายเออร์ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการบันทึกบัญชีที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการจัดการทางด้านการเงินของธุรกิจ ดังนั้นระบบบัญชีจึงมีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างมาก เพราะทำให้ผู้รับทำบัญชีสามารถบันทึกบัญชีได้อย่างครบถ้วนและให้ข้อมูลทางการเงินถูกต้อง เชื่อถือได้

โดยความสามารถของระบบบัญชีช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามรายการทางการเงินทุกประเภท รวมทั้งการซื้อ (ค่าใช้จ่าย), ยอดขาย (ใบแจ้งหนี้และรายได้), หนี้สิน (เงินทุนเจ้าหนี้) ฯลฯ และสามารถสร้างรายงานทางสถิติที่ครบถ้วน เพื่อให้การบริหารจัดการ หรือผู้มีส่วนได้เสียได้เห็นรายงานที่ชัดเจน

ส่วนกลไกในการทำงานของระบบบัญชี เมื่อเราบันทึกข้อมูลต่าง ๆ ลงในระบบบัญชีเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นระบบบัญชีจะทำการประมวลผลธุรกรรมเหล่านี้ เพื่อใช้ในการสร้างรายงาน เช่นบัญชีกำไร, บัญชีขาดทุนและงบดุล ซึ่งช่วยในการตัดสินใจเกี่ยวกับธุรกิจของคุณได้ในอนาคต

 

 

2018-11-16 14:34:41
เรื่องออมเงินไม่ยุ่งยากกับ 4 แอปพลิเคชันทำบัญชีรายรับรายจ่ายสำหรับ Android

            ปลายปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดีนะต่างประเทศหรือในประเทศดี แต่จะไปเที่ยวต้องใช้เงินเท่าไหร่ เราจะเก็บเงินทันไหมหรืออยากออมเงินเพื่อให้เราได้มีเงินเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน หลาย ๆ คนอาจจะท้อแท้กับการออมเงิน เพราะในปัจจุบันมีสิ่งเร้าใจเรามากมาย พอจะเก็บเงินก็เก็บไม่ได้ บางคนทำบัญชีรายรับรายจ่ายให้เห็นการออมเงินอย่างชัดเจน ซึ่งการออมเงินโดยการทำรายรับรายจ่ายเป็นเรื่องที่เราควรทำกันเป็นประจำ เพื่อให้เราได้รู้ว่าในแต่ละเดือนเรามีรายรับและรายจ่ายเท่าไหร่บ้างจะทำให้เรารู้ว่าเราควรออมเงินอย่างไร วันนี้เราจะมาบอกแอปพลิเคชันทำบัญชีรายรับรายจ่ายสำหรับผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ตามาดูกัน

บัญชีรายรับ รายจ่าย

            แอปพลิเคชันแรกที่เรานำเสนอในวันนี้เป็นแอปที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีชื่อตรงตัวคือ บัญชีรายรับ รายจ่าย ซึ่งสามารถแยกประเภทรายรับรายจ่ายให้เราสามารถดูข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มรูปลงไปในรายรับหรือรายจ่ายได้อีกด้วย และมีระบบป้องกันการเข้าถึงข้อมูล โดยสามารถตั้งค่ารหัสผ่านรายรับและรายจ่ายของเราให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

พอเพียง

            แอปที่ชื่อว่า “พอเพียง” เหมาะกับคนไทยมาก ๆ เพราะสามารถทำบัญชีรายรับรายจ่ายได้ง่าย ๆ มีสรุปรายเดือนหรือย้อนดูการใช้จ่ายตามช่วงเวลาที่เราต้องการได้และดูสรุปเงินคงเหลือในเดือนนั้นได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายของเราให้เป็นไฟล์ PDF ที่สะดวกในการดูรายการบัญชีรายรับรายจ่ายต่าง ๆ รวมถึงตั้งรหัสในการใช้งานได้อีกด้วยดีมาก ๆ

Money Story

            Money Story เป็นแอปพลิเคชันที่ทำบัญชีรายรับรายจ่ายที่ไม่ยุ่งยาก เพราะทำให้เราแบ่งแยกสีหรือประเภทในการออมได้อย่างชัดเจน ทำให้เราสามารถเพิ่มสมุดบัญชี เพื่อแยกการจดบันทึกได้อีกด้วย

SmartMe

          เหมาะสำหรับเกษตรกรและบุคคลทั่วไป เนื่องจากเป็นแอปพลิเคชันที่สามารถบันทึกรายรับ-รายจ่าย รวมถึงต้นทุนและค่าใช้จ่าย ในการวางแผนด้านการเงินของอาชีพตัวเอง โดยสามารถเลือกได้ 2 แบบด้วยกัน คือครัวเรือน กับอาชีพ ซึ่งจะช่วยจัดระเบียบรายรับและรายจ่ายในชีวิตประจำวันได้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

 

 

2018-11-16 14:34:49
หน้าที่หลักของผู้สอบบัญชีภาษีอากร (Tax Auditor)

หลังจากที่เราได้ทราบประเภทของผู้ตรวจสอบกันไปแล้ว ในบทความก่อนหน้านี้ ในวันนี้เราจะมาดูว่าผู้สอบบัญชีภาษีอากร ที่เป็นหนึ่งในประเภทผู้ตรวจสอบจะมีหน้าที่หลักอะไรบ้าง เพื่อเป็นความรู้เบื้องต้นให้กับผู้ที่มีความฝันและอยากทำงานเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร

ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (Tax Auditor) เป็นผู้ตรวจ ประเมิน และรับรองบัญชีงบการเงินของห้างหุ้นส่วนจำกัด เพื่อตรวจสอบว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทุกรายต้องปฏิบัติตามหลักการบัญชี เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการตรวจสอบว่าบริษัท บุคคล หน่วยงาน และองค์กรปฏิบัติตามกฎหมายภาษีของรัฐบาลและท้องถิ่นหรือไม่

หน้าที่หลักของผู้สอบบัญชีภาษีอากร

ผู้สอบบัญชีภาษีอากรทำหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • ดำเนินการตรวจสอบและรับรองงบการเงินภายในเพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบด้านภาษี
  • ประเมิน, วิเคราะห์ระบบบัญชีและควบคุม เพื่อลดหย่อนภาษี
  • จัดให้มีการฝึกอบรมพนักงานเกี่ยวกับระเบียบและขั้นตอนการเสียภาษี
  • เก็บเอกสารภาษีทั้งหมดที่จำเป็น
  • ต้องทำการตรวจสอบการปรับปรุงกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิทางบัญชี เป็นกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิเพื่อเสียภาษีอากร
  • ยื่นภาษีและเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจสอบ
  • จัดทำรายงานการตรวจสอบภาษี
  • เสนอคำแนะนำในการจัดเก็บและรายงานภาษีที่เหมาะสม

ประเภทของผู้สอบบัญชีภาษีอากร

ผู้สอบบัญชีภาษีอากร สามารถแยกประเภทเป็นผู้ตรวจสอบภายใน และผู้ตรวจสอบภายนอก โดยผู้ตรวจสอบภายในเป็นผู้ตรวจสอบและทำหน้าที่ด้านบัญชี และอื่น ๆ ภายในบริษัท พวกเขาสามารถช่วยระบุการฉ้อโกง, ข้อผิดพลาดด้านภาษีและการบริหารจัดการเงินได้ ส่วนผู้สอบบัญชีภาษีอากรภายนอกเป็นบุคคลที่สามที่ต้องมีความเป็นกลาง ซึ่งผู้สอบบัญชีภาษีอากรสามารถช่วยให้ลูกค้าของพวกเขายื่นแบบฟอร์มภาษี และให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับภาษีได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเข้ารับการอบรมด้านกฎหมายภาษีไม่น้อยกว่า 9 ชั่วโมงต่อปี และในกรณีที่ใบอนุญาตหมดอายุ ผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องทำการต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรภายใน 3 เดือนก่อนใบอนุญาตจะสิ้นสุดลง จากที่กล่าวไปจะเห็นได้ว่าการเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรไม่ได้เป็นง่าย ๆ ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านภาษี และมีความซื่อสัตย์ในหน้าที่ของตนเอง เพื่อที่จะได้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

2018-11-16 14:34:57
ความรับผิดชอบต่องบการเงินของผู้บริหารและผู้สอบบัญชี

           นอกจากผู้สอบบัญชีจะเป็นผู้ดำเนินงานตรวจสอบ เพื่อแสดงความคิดเห็นในงบการเงินของบริษัทว่าปลอดภัยจากการรายงานที่ผิดไปจากสระสำคัญแล้ว ในส่วนของผู้บริหารจะเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำและการนำเสนองบการเงินเหล่านี้ ซึ่งต้องเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินด้วย โดยผู้สอบบัญชีรวมถึงผู้บริหารของบริษัทจะต้องมีความรับผิดชอบต่องบการเงินเหล่านั้นเช่นกัน โดยต้องรับผิดชอบต่องบการเงิน ดังนี้

1. ความรับผิดชอบของผู้บริหารต่องบการเงิน

            เนื่องจากกิจการเป้นผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ในมตราที่ 8 ซึ่งผู้บริหารเป็นผู้มีอำนาจกระทำแทนกิจการ ทำให้ผู้บริหารมีหน้าที่จัดให้มีการจัดทำบัญชี และจัดทำงบการเงินโดยมีรายการย่อตามที่กฎหมายกำหนด นอกจากนี้การเงินนั้นจะต้องได้รับการตรวจสอบและแสดงความเห็นจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หลังจากนั้นจึงยื่นงบการเงินดังกล่าวต่อสำนักงานกลางบัญชี (กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์) หรือสำนักงานบัญชีประจำท้องที่ภายในระยะเวลาที่กำหมายกำหนด

2. ความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชีต่องบการเงิน

            ผู้สอบบัญชีที่มีหน้าที่ตรวจสอบงบการเงินและแสดงความคิดเห็นต่องบการเงินตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ในมาตรา 11 เนื่องจากผู้สอบบัญชีสามารถให้ความเชื่อมั่นแก่ผู้ใช้งบการเงินว่างบการเงินของบริษัทไม่ได้แสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริง และได้จัดทำขึ้นตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินหรือไม่

 

 

2018-11-16 14:35:13
ประเภทของผู้ตรวจสอบ

           ในแวดวงธุรกิจเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องมีผู้ตรวจสอบมากมาย แต่ส่วนใหญ่ที่เราคุ้นเคยกันดีก็จะมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต, ผู้สอบบัญชีภาษีอากร, ผู้ตรวจสอบภายใน, เจ้าหน้าที่ตรวจเงินแผ่นดิน และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีอากร ซึ่งมีความจำเป็นในการทำธุรกิจเป็นอย่างมาก

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

            หรือ Certified Public Accountant (CPA) สำหรับผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นนักบัญชีที่ทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชี และแสดงความเห็นไว้ในรายงานการสอบบัญชี ซึ่งผลรายงานของผู้สอบบัญชีมีผลกระทบต่อสาธารณชน และกฎหมายจึงต้องมีการกำกับดูแล โดยกำหนดให้ผู้สอบบัญชีต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชีก่อนจึงจะสามารถปฏิบัติงานได้ ถึงจะเรียกว่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาต นอกจากนี้คุณสมบัติอีกหนึ่งประการของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต คือต้องอิสระจากกิจการที่ตรวจสอบ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับความคิดเห็นในรายงานการสอบบัญชี ซึ่งอาจเรียกได้ว่า ผู้สอบบัญชีอิสระ (Independent Auditor) หรือผู้ตรวจสอบภายนอก (External Auditor)

การปฏิบัติงานส่วนใหญ่ของผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเป็นการตรวจสอบงบการเงิน และอื่น ๆ เช่น การรวบรวมข้อมูล, การสอบทานงบการเงิน หรือการตรวจสอบเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เป็นต้น

ผู้สอบบัญชีภาษีอากร

            หรือ Tax Auditor (TA) การปฏิบัติงานตรวจสอบของผู้สอบบัญชีภาษีอากร จัดเป็นการตรวจสอบงบการเงินผสมกับการตรวจสอบการปฏิบัติตามระเบียบ ซึ่งต้องเป็นไปตามแนวทางและวิธีการที่กรมสรรพากรกำหนด ทั้งนี้หน้าที่ของผู้สอบบัญชีภาษีอากรคือจะทำการตรวจสอบงบการเงินของห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก ดังนั้นผู้สอบบัญชีภาษีอากรต้องเป็นนักบัญชีที่ผ่านการทดสอบความรู้ และได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากรเสียก่อนจึงจะสามารถปฏิบัติงานได้

ผู้ตรวจสอบภายใน

            หรือ Internal Auditor (IA) มีหน้าที่ตรวจสอบหน่วยงานต่าง ๆ ภายในกิจการ และเสนอรายงานต่อผู้บริหารระดับสูง หรือคณะกรรมการตรวจสอบ โดยส่วนใหญ่แล้วผู้ตรวจสอบภายในจะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของกิจการ แต่กรณีที่ผู้ตรวจสอบจะสามารถเสนอรายงานได้อย่างอิสระในทางปฏิบัติ ผู้ตรวจสอบภายในควรมีความเป็นอิสระจากหน่วยงานที่ตนไปตรวจสอบ ซึ่งกิจการอาจจ้างบุคคลภายนอกมาปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบภายในก็ได้ เนื่องจากรายงานผลการตรวจสอบภายในจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารที่จะสามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

เจ้าหน้าที่ตรวจเงินแผ่นดิน

            หรือ General Accounting Office Auditor (GAO) โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นหนึ่งในส่วนราชการอิสระ ทำหน้าที่ในการตรวจสอบหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอื่นของรัฐ รวมถึงหน่วยงานหรือกิจการใด ๆ ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้หน่วยงานหรือกิจการนั้น ๆ ต้องได้รับการตรวจสอบจากสำนักการตรวจเงินแผ่นดิน และเสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภาและคณะรัฐมนตรี

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีอากร

            เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาษีอากร จะเป็นเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพากร ซึ่งทำหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูลในแบบแสดงรายการภาษีของผู้มีหน้าที่เสียภาษีว่าเป็นไปตามประมวลรัษฎากรหรือไม่

 

 

2018-11-16 14:35:20
ประเภทของการตรวจสอบ

การตรวจสอบแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ด้วยกัน

            การตรวจสอบงบการเงิน (Financial Statement Audit) เป็นการตรวจสอบข้อมูลทางบัญชี และรายงานทางการเงิน เช่น งบแสดงฐานะทางการเงิน งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ งบกระแสเงินสด และหมายเหตุประกอบงบการเงิน เพื่อที่จะประเมินหรือตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวมีความสมบูรณ์เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ เชื่อถือได้ และไม่เป็นเท็จ ซึ่งในบางกรณีงบการเงินอาจจะใช้หลักเกณฑ์อื่นในการจัดทำก็ได้ เช่น เกณฑ์เงินสด หรือเกณฑ์ทางการบัญชีที่เหมาะสมกับองค์กรบางประเภท

            การตรวจสอบการดำเนินงาน (Operational Audit) เป็นการตรวจทานขั้นตอน วิธีการปฏิบัติงาน รวมถึงภาระหน้าที่ต่าง ๆ ในองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าลำดับขั้นตอน วิธีปฏิบัติงาน และหน้าที่ต่าง ๆ ในแต่ละหน่วยงานได้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพตามขั้นตอนที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งข้อดีของการตรวจสอบการดำเนินงานจะทำให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และผลของงานได้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

            การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Compliance Audit) เป็นการตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการและการปฏิบัติงานภายในองค์กรเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ รวมถึงกฎระเบียบของนโยบายองค์กร

            นอกจากประเภทการตรวจสอบที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ยังมีการตรวจสอบประเภทอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น การตรวจสอบพิเศษ (Special Audit), การตรวจสอบการปฏิบัติงาน (Performance Audit) เป็นต้น

  

 

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing      

2018-02-15 13:17:57
ความสำคัญของระบบบัญชี

เหตุผลที่ธุรกิจต้องมีระบบบัญชี เนื่องจากธุรกิจต้องมีแบบแผนในการปฏิบัติงานบัญชี ทั้งการจัดเก็บข้อมูลทางการเงินของบริษัท การบันทึกบัญชี และเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัญชี เป็นต้น การใช้ระบบบัญชีจะช่วยทำให้บริษัทและผู้รับทำบัญชีสามารถจัดการกับบัญชีได้อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ดังนั้นระบบบัญชีจึงสำคัญมาก ๆ สำหรับบริษัทและผู้รับทำบัญชี ซึ่งมีความสำคัญมากมายดังนี้

ระบบบัญชีสามารถช่วยวางแผนงานด้านบัญชีได้อย่างถูกต้อง

            ข้อมูลต่าง ๆ ที่เราได้จากระบบบัญชี สามารถนำมาวางแผนการดำเนินงานและการปฏิบัติงานของบริษัทได้ดี เนื่องจากมีข้อมูลทางการบัญชีการเงินที่สามารถเชื่อถือได้

ระบบบัญชีบันทึกบัญชีได้อย่างครบถ้วน

            การบันทึกบัญชีลงในระบบบัญชี เป็นวิธีช่วยให้ผู้รับทำบัญชีสามารถทำบัญชีได้สะดวกและประหยัดเวลามากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถบันทึกบัญชีได้อย่างครบถ้วน

ระบบบัญชีช่วยควบคุมการดำเนินงาน

            งานทุก ๆ งานจะเป็นไปตามที่วางไว้ จะต้องการควบคุมการดำเนินงานไปตามแผนที่เราได้วางเอาไว้ ซึ่งหลังจากเสร็จงานจะต้องมีการรายงานผลการดำเนินงาน รวมถึงงบการเงินต่าง ๆ ดังนั้นการมีระบบบัญชีที่ดีจะช่วยทำให้บัญชี หรือการรายงานผลงบการเงินต่าง ๆ มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

ระบบบัญชีช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้

            ข้อมูลที่ได้จากระบบบัญชีจะสามารถทำให้ผู้รับทำบัญชีสามารถวิเคราะห์และสรุปผลได้อย่างถูกต้อง และทำให้ผู้บริหารสามารถนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ในการตัดสินค้าดำเนินธุรกิจ รวมถึงวางแผนทางการเงินและรักษาผลประโยชน์ของธุรกิจได้ แม้ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก แต่การมีระบบบัญชีที่ดียังช่วยให้คุณประหยัดเวลาได้อีกด้วย

 

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2018-02-06 14:00:39
เส้นทางของพนักงานทำบัญชีสู่ผู้ตรวจสอบบัญชี

          สำหรับนักศึกษาจบใหม่ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับบัญชี คงเริ่มต้นกับการเป็นพนักงานการบัญชีการเงิน ที่ทำหน้าที่รับทำบัญชีกับสำนักบัญชี หรือบริษัทสักแห่ง โดยค่อย ๆ เรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ให้มากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้มีความเชี่ยวชาญด้านบัญชี รวมถึงได้รับการเลือนตำแหน่งงานในอนาคตด้วย ซึ่งสิ่งที่นักบัญชีหลาย ๆ คนต้องการคือการเป็นบุคคลที่ได้รับการรับรองการประกอบวิชาชีพจากหน่วยงานควบคุมการบัญชีและการสอบบัญชี เพื่อเป็นผู้สอบบัญชี หรือผู้ตรวจสอบบัญชีที่ทำหน้าที่หลักรับตรวจสอบบัญชีของบริษัท โดยต้องมีคุณสมบัติและอยู่ในเกณฑ์ที่หน่วยงานควบคุมบัญชีและสอบบัญชีกำหนดไว้ เนื่องจากการเป็นผู้สอบบัญชี หรือผู้ตรวจสอบบัญชีเป็นงานที่ท้าทายอย่างมากในสายงานบัญชี อย่างไรก็ตามทางหน่วยงานก็ได้แบ่งประเภทของผู้ตรวจสอบบัญชีออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน

1. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Certified Public Accountant : CPA)

           คือ บุคคลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตรับรองการประกอบวิชาชีพเป็นผู้สอบบัญชี จากสภาวิชาชีพบัญชี โดยต้องเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีจากสถาบันการศึกษาที่สภาวิชาชีพบัญชีรับรอง ซึ่งต้องทำการสมัครเป็นสมาชิกของสภาวิชาชีพบัญชีก่อน หลังจากนั้นต้องทำการฝึกหัดงานไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่น้อยกว่า 3,000 ชั่วโมง เมื่อฝึกงานเสร็จจะต้องทำการสอบให้ผ่าน (มีทั้งสิ้น 6 รายวิชา) เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

2. ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (Tax Auditor หรือ TA)

            คือ บุคคลที่ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตรับรองการประกอบวิชาชีพเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรจากอธิบดีกรมสรรพากร โดยมีหน้าที่ในการรับตรวจสอบบัญชีภาษีอากรและรับรองบัญชีงบการเงินของห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลขนาดเล็ก ซึ่งจะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสาขาการบัญชี และต้องผ่านการทดสอบใน 3 รายวิชาจึงจะขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรกับทางอธิบดีกรมสรรพากร

 

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2018-02-13 14:36:26
ความแตกต่างระหว่างบัญชีการเงินและบัญชีบริหาร

            บัญชีมีอยู่ 2 ประเภทกันซึ่งหลาย ๆ คนเมื่อได้เข้าใจความหมายแล้วมักจะสงสัยกันว่าในเมื่อเป็นบัญชีเหมือนกันทำไมต้องแบ่งแยก โดยเหตุผลของการแบ่งแยกคือการนำไปใช้ที่แตกต่างกัน รวมถึงเหตุผลอื่น ๆ อีกด้วย ซึ่งถ้าให้อธิบายสั้น ๆ การบัญชีการเงิน หมายถึงการรวมข้อมูลบัญชีเข้ากับงบการเงิน ในขณะที่การบัญชีบริหาร หมายถึงกระบวนการภายในที่ใช้ในการทำธุรกรรมทางธุรกิจ มีความแตกต่างระหว่างบัญชีการเงินและการบัญชีซึ่งมีอยู่หลายประเภทดังนี้

ผู้ใช้ข้อมูล : บัญชีการเงินจะเสนอข้อมูลให้กับบุคคลภายนอก เช่นผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน เจ้าหนี้ เป็นต้น ส่วนบัญชีบริหารจะเสนอข้อมูลให้กับผู้บริหาร หรือบุคคลภายในองค์กร

การรวบรวมข้อมูล : บัญชีการเงินจะเกี่ยวข้องกับผลประกอบการของธุรกิจทั้งหมด เช่นกำไรสุทธิ ยอดขายสินค้า เป็นต้น แต่บัญชีบริหารจะมีลำดับขั้นตอนที่ละเอียดกว่า อย่างนำเสนอข้อมูลในอนาคต คุณภาพของสินค้า เป็นต้น

มาตรฐานในการทำบัญชี : การบัญชีการเงินต้องเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชี ในขณะที่การบัญชีบริหารไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เพราะเป็นการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำเสนอข้อมูลให้กับบุคคลภายในองค์กร

รูปแบบการนำเสนอ : การบัญชีการเงินจะนำเสนอในรูปแบบของงบการเงิน แต่การบัญชีบริหารไม่มีรูปแบบที่ตายตัวในการนำเสนอ

ระบบในการทำบัญชี :  การบัญชีการเงินไม่ให้ความสำคัญกับระบบโดยรวมที่บริษัทมีเพื่อสร้างผลกำไรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ตรงกันข้ามการบัญชีด้านการบริหารมีความสนใจในสถานที่ตั้ง และวิธีต่าง ๆ ในการเพิ่มผลกำไรโดยการแก้ไขปัญหากระบวนการที่จำกัดผลผลิตของทั้งระบบ

ช่วงเวลา : การบัญชีการเงินเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ทางการเงินที่ธุรกิจประสบความสำเร็จแล้ว ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนเพื่อปรับตัว แต่บัญชีบริหารอยู่ในเวลาที่กระชั้นชิด เนื่องจากต้องกำหนดงบประมาณและคาดการณ์ เพื่อให้เป็นไปตามทิศทางการดำเนินงานในอนาคต

 

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2018-01-23 14:24:01
สร้างนิสัยการออม ด้วยการสร้างบัญชีรายรับรายจ่าย

            การออมเงินไม่เพียงแต่แบ่งเงินที่ต้องใช้จ่ายออกเป็นส่วน ๆ เท่านั้น แต่การจดบันทึกก็ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะเป็นตัวกระตุ้นให้เราออมเงินและรู้การใช้จ่ายของเราในแต่ละเดือนว่า เรามีเงินเท่าไหร่ ใช้ไปเท่าไหร่ และเหลือเก็บไว้อีกเท่าไหร่ หากเราไม่มีการบันทึกรายรับรายจ่าย เราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าในแต่วันนั้นเราใช้จ่ายอะไรไปบ้าง ซึ่งการบัญชีรายรับรายจ่ายก็มีหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันไป หรือจะหาดาวน์โหลดไฟล์จากที่ต่าง ๆ และโหลดแอปพลิเคชันจัดการบัญชีรายรับรายจ่ายที่ง่ายและสะดวกสบาย ก่อนอื่นเราต้องทำความรู้จักกับการทำบัญชีรายรับรายจ่ายเสียก่อน

รายรับ คือ ตัวบ่งบอกว่าเราได้รับเงินในแต่ละเดือนมาจากแหล่งใดบ้าง เช่นเงินเดือน, เงินจากอาชีพเสริม เป็นต้น

รายจ่าย คือ ตัวบ่งบอกว่าในแต่บละวันเราใช้จ่ายไปเท่าไหร่ เช่นค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง ค่าอาหาร และท่องเที่ยว เป็นต้น

            การบันทึกบัญชีรายรับรายจ่าย จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเราสามารถจัดการเงินของเราได้หรือไม่ แต่ไม่ว่าผลที่ออกมาเงินจะเหลือ หรือเงินจะขาด ก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราสามารถจัดการกับค่าใช้จ่าย ในแต่ละวันและเดือนต่อไปได้

ประโยชน์ที่ได้จากการทำบัญชีรายรับรายจ่าย

  • ทำให้เราทราบรายรับ และรายจ่ายในแต่ละเดือน ว่าเราใช้ไปเท่าไหร่บ้าง
  • มีความรอบคอบในการใช้เงินในแต่ละเดือน
  • สามารถวางแผนการใช้จ่ายในเดือนถัด ๆ ไปได้

            ใครที่สนใจทำบัญชีรายรับรายจ่าย สามารถสร้างขึ้นเอง หรือโหลดฟอร์มจากเว็บไซต์ที่แจกฟรี ตัวอย่างเช่น บัญชีรายรับรายจ่าย จากธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น และแอปพลิเคชันต่าง ๆ

 

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2018-02-13 14:39:52
หน้าที่ของบริษัทรับทำบัญชี

ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือว่าใหญ่ที่จดทะเบียนนิติบุคคลจะมีการจัดทำบัญชีที่มีขั้นตอนยุ่งยาก ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจเสียเวลาจากโฟกัสผลิตภัณฑ์ บริการ และลูกค้า ดังนั้นจึงมีบริษัทรับทำบัญชี เพื่ออำนวยความสะดวกให้บริษัทต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพและความพร้อมแข่งขันกับตลาดที่กำลังเติบโตมากขึ้นในปัจจุบัน โดยบริษัทเหล่านี้ไม่เพียงแต่ดูเรื่องบัญชีเท่านั้น เพราะยังรวมถึงการจัดทำงบการเงิน จัดทำรายการภาษี และยื่นภาษี เป็นต้น ช่วยให้ธุรกิจ หรือผู้ประกอบการสามารถควบคุมค่าใช้จ่าย และลดความเสี่ยงจากการต้องเปลี่ยนแปลงบุคลากร การใช้บริษัทรับทำบัญชีจะทำให้ธุรกิจได้รับบริการจากมืออาชีพที่มีประสบการณ์ด้านการทำบัญชีโดยเฉพาะ ซึ่งหน้าที่ของบริษัทรับทำบัญชี โดยหลัก ๆ แล้วมีดังต่อไปนี้

- ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบัญชี และด้านภาษี ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเงินได้พนักงานหัก ณ ที่จ่าย, ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย, ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย เป็นต้น

- จัดทำและยื่นเงินสมทบประกันสังคมประจำเดือน

- ปิดบัญชี และจัดทำงบการเงิน

- จัดทำรายการภาษี และยื่นภาษีต่าง ๆ

- จัดทำภาษีซื้อและขายประจำเดือน

- จัดทำประมาณกำไรสุทธิ พร้อมยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี (ภ.ง.ด. 51)

- ยื่นภาษีประจำปี (ภ.ง.ด. 50)

 

บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ ให้บริการสนับสนุนการจัดทำข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านบัญชี การเงิน และการบริหารให้แก่ผู้ประกอบการและองค์กรต่าง ๆ โดยเรามีกลุ่มทีมงานผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ arac@ar.co.th หรือโทร. 02-439-4600

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2017-12-07 15:19:07
วัตถุประสงค์ของบริษัทที่รับทำบัญชีคืออะไร?

            บริษัทที่รับทำบัญชีจะให้บริการครบวงจรด้านการเงิน ตั้งแต่การจ่ายเงินเดือนไปจนถึงการรวบรวมบัญชี เพื่อทำบัญชีและกระบวนการทำบัญชี โดยเหมาะสมอย่างยิ่งทั้งเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงเจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อจัดการค่าใช้จ่ายของพนักงาน และการออมของธุรกิจ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการรับทำบัญชีดังนี้

เพื่อบริการ Payroll

            หรือบริการคำนวณค่าแรง ค่าตอบแทนของพนักงาน ซึ่งรวมถึงการเตรียมเงินเดือน, การคำนวณ,ภาษี, หัก ณ ที่จ่าย และการออกเช็ค นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถจัดทำบัญชีภาษีเงินเดือนด้วยการคำนวณและบันทึกการหักเงินทุกประเภท หรือผลประโยชน์อื่น ๆ ของพนักงาน ในส่วนนี้จะทำให้ธุรกิจไม่ต้องเสียเวลาไปกับการคำนวณที่ซับซ้อน

เพื่อประมวลผลบัญชี

            บริการเพิ่มเติมผ่านทางบริการรับทำบัญชี ประกอบด้วยการประมวลผลบัญชีเจ้าหนี้, การชำระเงินและการทำรายงานรายเดือน บริการรับทำบัญชีมักจะประมวลผลการชำระเงินและจัดทำรายงานได้รวดเร็วกว่าพนักงานขนาดเล็ก และสามารถเก็บข้อมูลได้ทันเวลาสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบค่าใช้จ่าย การจัดหาและพื้นที่ในการลงโฆษณา อีกทั้งยังมีบัญชีอื่น ๆ ที่สามารถบริหารจัดการได้คือบัญชีลูกหนี้ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบการชำระเงิน, การให้เครดิตบัญชี และการจัดการกับบัญชีที่ผ่านมา บริการรับทำบัญชีเพิ่มเติมที่น่าสนใจโดยเฉพาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ได้แก่ บริการทำบัญชีที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือในการเตรียมภาษี นอกจากนี้ยังมีบริการรับจดทะเบียนบริษัทพร้อมทั้งทำบัญชี ที่จะทำให้ธุรกิจสามารถประหยัดเวลาและประหยัดเงินได้

            อย่างไรก็ตามเจ้าของธุรกิจควรหาข้อมูลเกี่ยวกับชื่อเสียง, ประสบการณ์และประวัติความเป็นมาของบริษัทรับทำบัญชี ก่อนที่จะเลือกใช้บริการ

 

            บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด (ARAC) เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ หนึ่งบริษัทในเครือ AR Group  ให้บริการรับจัดทำบัญชี ตรวจสอบบัญชี รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า, รับจดทะเบียนบริษัท, จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน และบริการขอใบอนุญาตการทำงานในราชอาณาจักรให้แก่ชาวต่างชาติ บริษัทของเราเป็น 1 ใน 10 บริษัทแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองคุณภาพสำนักงานบัญชี จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สนใจสอบถามรายละเอียดได้ทาง Email : arac@ar.co.th หรือ โทร. 02-439-4600

2017-12-04 13:20:19
รู้หรือไม่! ใช้บัตรเดบิต (Debit Card) ชำระเงินสามารถลุ้นรางวัลได้

            การชำระเงินด้วยบัตรเดบิต เป็นการชำระเงินผ่านบัตรอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการของรัฐบาลที่กำหนดแผนยุทธศาสตร์ National e-Payment คือแผนที่ต้องการให้หน่วยงาน บริษัทและประชาชนทั่วไปใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์กันอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องพกเงินสดให้ยุ่งยาก เพิ่มความสะดวกในการชำระเงิน

            บัตรเดบิตที่กล่าวถึง คือบัตรที่ได้ทำการผูกไว้กับบัญชีเงินฝากธนาคารของผู้ถือบัตร เพื่อใช้ทำการฝาก ถอน โอนและจ่ายผ่านตู้ ATM ที่มีอยู่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังสามารถชำระค่าสินค้าผ่านเครื่อง EDC (Electronic Data Capture) ได้อย่างสะดวก รัฐบาลจึงมีโครงการเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น โดยโครงการนี้มีชื่อว่า ‘โครงการแจกโชคจากการใช้บัตรเดบิต’ สามารถร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2560 จนถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

ใครมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้บ้าง ?

          คือ ผู้ที่ใช้บัตรเดบิต ที่เป็นบุคคลธรรมดาใช้บัตรเดบิตที่ออกโดยธนาคารของไทย  และร้านค้าที่รับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านเครื่องชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ EDC ต้องเป็นร้านค้าที่เป็นนิติบุคคล มีรายได้ไม่เกิน 500 ล้านบาทต่อปี และร้านค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาทั้งที่จด VAT และไม่ได้จด VAT

รายละเอียดรางวัลในโครงการสำหรับผู้ใช้บัตร และร้านค้า

            ภายในระยะเวลา 12 เดือนของโครงการ จะมีการจับรางวัลเดือนละ 1 ครั้ง โดยสำหรับผู้ใช้บัตร รางวัลมีมูลค่าสูงสุดถึง 1 ล้านบาท 1 รางวัล และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายตั้งแต่ 100,000 ไปจนถึง 2,000 บาท รวมทั้งสิ้น 1,001 มีเงินรางวัลรวม 67,200,000 บาท และสำหรับร้านค้า รางวัลมีมูลค่าสูงสุดถึง 1 แสนบาท และรางวัลย่อยอีกรางวัลละ 3 หมื่นบาทอีกหลายรางวัล มีเงินรางวัลรวม 16,800,000 บาท โดยจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีทุกวันที่ 16 ของเดือนทางเว็บไซต์ www.epayment.go.th และผ่านสื่อต่าง ๆ ซึ่งหลังจากประกาศรายชื่อผู้โชคดี จะมีธนาคารติดต่อกลับหาผู้โชคดีในแต่ละเดือน เพื่อยืนยันการรับรางวัล ทั้งนี้ผู้ที่โอนเงินให้ผู้ได้รางวัลจะเป็นสำนักปลัดกระทรวงการคลังเท่านั้น  กรณีติดต่อลูกค้าไม่ได้ ทางสำนึกปลัดกระทรวงการคลังจะทำการเก็บรางวัลดังกล่าวนั้นไว้เป็นระยะเวลา 3 เดือน นับจากสิ้นเดือนที่ประกาศ นอกจากนี้การรับรางวัลจะมีการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามหลักเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนด

รายละเอียดเพิ่มเติม : http://www.mof.go.th/home/eco/120560_1.pdf

อ้างอิง : สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2018-02-13 14:46:07
Digital Banking เปลี่ยนแปลงอนาคตของการเงินสู่ยุคดิจิทัล

 

           Digital Banking กำลังทำให้ธนาคารบางสาขาต้องปิดตัวหรือลดพนักงานลง ในปี 2560 นี้เป็นอีกปีที่เราเห็นได้ชัดเจนว่าการเงินในยุคดิจิทัลกำลังเปลี่ยนไป ด้วยเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตที่มีความสามารถสูง สามารถเพิ่มขีดความสามารถให้กับธุรกิจได้อย่างมาก ในปี 2560 แนวโน้มที่ผู้บริโภคใช้ Digital Banking เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้บริการ Internet Banking และ Mobile Banking ที่เพิ่มสะดวกสบาย รวดเร็วในการทำธุรกรรมทางการเงิน แบบที่ไม่ต้องเดินไปต่อคิวที่สาขาของธนาคาร

            Digital Banking คือการเปลี่ยนแปลงให้เป็นรูปแบบดิจิทัล จากการทำธุรกรรมธนาคารแบบดั้งเดิมและโปรแกรมที่มีอยู่ในอดีตสำหรับลูกค้า เมื่ออยู่ภายในสาขาของธนาคารเท่านั้น ซึ่งรวมถึงกิจกรรมต่าง ๆเช่น การฝากเงินการถอนเงินและการโอนเงิน, การตรวจสอบหรือการบันทึก และการจัดการบัญชี, การสมัครผลิตภัณฑ์ทางการเงิน, การจัดการสินเชื่อ, การชำระค่าสินค้าและบริการ เป็นต้น สำหรับ Digital Banking ในประเทศไทยบริการทางการเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นไปอีกก็คือ บริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) เพราะตอนนี้การสื่อของออนไลน์ในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก บางร้านเมื่อกดสั่งแล้วต้องรีบจ่ายเงิน เพื่อไม่ให้สินค้าหลุดไปเป็นของคนอื่น ทำให้มีการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ เพื่อชำระเงินค่าสินค้าและบริการออนไลน์

            การก้าวเข้าสู่ Digital Banking อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้การทำธุรกรรมการเงินต้อง หาวิธีการเพื่อรองรับการให้บริการเหล่านั้น โดยต้องมีการวางแผนพัฒนาช่องทางในการทำธุรกรรมต่าง ๆ และยังต้องพัฒนาเครื่องมือที่สามารถทำให้การทำธุรกรรมด้านเงินนั้นมีความสะดวกและปลอดภัยมากที่สุด ซึ่งตอนนี้หลาย ๆ ธนาคารก็ได้พัฒนาแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถโอนเงิน ชำระบิลต่าง ๆ ได้อย่าสะดวกมากยิ่งขึ้น

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2018-02-13 14:46:52
อนาคตของการตรวจสอบบัญชี (Audit) ที่คุณควรรู้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรากำลังอยู่ในยุคที่ทุกสิ่งรอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนวัตกรรม เทคโนโลยี และข้อมูลจะมีอิทธิพลเหนือชีวิตของเรา ดังนั้นการตรวจสอบบัญชีจึงต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน โดยคณะกรรมการตรวจสอบ, หน่วยงานกำกับดูแล, ผู้กำหนดมาตรฐาน และนักลงทุน ได้กล่าวว่าพวกเขากำลังมองหาการตรวจสอบที่เป็นมากกว่าการตรวจสอบตามกฎหมาย ซึ่งกำลังมองหาการตรวจสอบที่ให้ความชัดเจนของตัวชี้วัด และการรับประกันที่ดีขึ้นเกี่ยวกับการกำกับดูแล และวัฒนธรรมที่มีอยู่ภายในองค์กร

ผ่านการใช้เทคโนโลยีไปในวงกว้างและลึก เพื่อปลดล็อกข้อมูลเชิงลึกที่มากขึ้นจากข้อมูลที่มีอยู่ซึ่งช่วยให้องค์กรต่าง ๆ สามารถตรวจสอบสถานะทางการเงินของตนได้

การวิเคราะห์ข้อมูลให้โอกาสในการทบทวนการดำเนินการตรวจสอบ

การวิเคราะห์ข้อมูลเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกข้อมูล สำหรับการตรวจสอบ ซึ่งหมายความว่าการวิเคราะห์ข้อมูลจะให้ข้อมูลเชิงลึกที่ดีขึ้นในการควบคุมและความเสี่ยงขององค์กร ซึ่งช่วยให้ผู้สอบบัญชีสามารถตั้งสมมติฐานและข้อสรุปเพิ่มเติม เพื่อให้มุมมองที่เป็นอิสระอย่างแท้จริงต่อธุรกิจ

ด้วยการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์โดยใช้แนวโน้มการปฏิบัติงานในอดีต ซึ่งจะมีผลต่อเหตุการณ์ในตลาดปัจจุบันว่าเรามีความพร้อมที่จะประเมินผลการปฏิบัติงานในอนาคตที่เหมาะสมและสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงร่วมกับฝ่ายบริหารและคณะกรรมการตรวจสอบได้

การประเมินความเสี่ยงแบบพลวัต : ดูความเสี่ยงในการตรวจสอบในรูปแบบใหม่

การประเมินความเสี่ยงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการตรวจสอบ แต่ในวันนี้โลกได้มีการเชื่อมต่อกันได้ง่ายขึ้นและมีความผันผวนสูง จึงทำให้ความเสี่ยงสามารถแทรกซึมอยู่ได้ทุกสถานการณ์ ดังนั้นเราจึงต้องมีการปรึกษาหารือร่วมกันในกลุ่ม และเราจำเป็นต้องเปลี่ยนการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากสองมิติในอดีต เป็นสามมิติหรือสี่มิติ เพื่อเพิ่มความเร็วและลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นเราจึงต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา

การตรวจสอบต้องใช้บุคคลที่เหมาะสม

สำหรับความสำคัญทั้งหมดของเทคโนโลยีก็ยังคงเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีที่ทำให้มีการตัดสินใจ มีการวิเคราะห์ และให้ได้ข้อมูลเชิงลึก ดังนั้นเทคโนโลยีอาจมีความสำคัญ แต่ไม่เพียงพอในการตรวจสอบคุณภาพ เราจำเป็นต้องมีบุคคลที่มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการใช้บุคคลที่เหมาะสมและพัฒนาวิธีการตรวจสอบที่มีความสมจริง เพื่อให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับมาตรฐานการตรวจสอบระหว่างประเทศและสามารถรวมเอาความคิดใหม่ ๆ เพื่อนำเสนอนวัตกรรมที่เพิ่มมูลค่าได้ เพราะเรามุ่งเน้นการทำความเข้าใจและพัฒนาผู้ตรวจสอบบัญชีอย่างต่อเนื่อง

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2018-02-13 14:48:19
สวีเดนคาดการณ์ว่าประเทศจะเป็นสังคมไร้เงินสดในปี 2573

            ผู้ประกอบการ 2 ใน 3 ของสวีเดนเชื่อว่าพวกเขาจะหยุดการรับเงินสดจากลูกค้าภายในปี 2573 ตามรายงานของ Stockholm Institute of Technology (KTH) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในสวีเดน โดย Niklas Arvidsson นักวิจัยของ KTH ที่อยู่เบื้องหลังการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เชื่อว่าการคาดการณ์นี้จะเป็นไปได้

            โดย Arvidsson กล่าวกับหนังสือพิมพ์ Svenska Dagbladet (SvD) ว่า 'การเปลี่ยนแปลงมันเร็วมากแล้วตอนนี้สำหรับธนาคาร เพราะเงินสดเป็นเพียงการจ่ายเงิน เพื่อชำระค่าใช้จ่ายเท่านั้น ดังนั้นเงินสดจะใช้ได้ตราบเท่าที่ผู้คนและร้านค้าต้องการจะใช้' เนื่องจากในตอนนี้ 80 เปอร์เซ็นต์ของธุรกรรมทั้งหมดในตลาดค้าปลีกของสวีเดนหันมาชำระเงินกันด้วยบัตร ตามที่ Swedish Trade Federation ได้รายงานไว้

            รายงาน KTH ได้รับการตอบสนองจากผู้ประกอบการกว่า 740 รายในอุตสาหกรรมที่จัดการกับเงินสด เช่น ร้านค้าปลีกทั่วไป เป็นต้น โดยในปี 2016 ผลการศึกษาของ Visa ชี้ให้เห็นว่าชาวสวีเดนใช้บัตรเดบิตของพวกเขาบ่อยกว่าชาวยุโรป และได้ให้ความนิยมกับแอปพลิเคชันการชำระเงินของสมาร์ทโฟน เช่น Swish ซึ่งจะทำให้การจ่ายเงินนั้นรวดเร็วและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

อ้างอิง : thelocal

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2017-11-20 10:14:32
10 ประเทศผู้นำสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)

ในปัจจุบันถือได้ ว่าเราอยู่ในสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ การเริ่มต้นธุรกิจในตอนนี้โดยยังใช้การโอนผ่านทางธนาคาร และทาง  ATM นั้นกำลังล้าสมัย แนวโน้มในปัจจุบันชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่เริ่มมีเงินสดน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากหลายประเทศได้เปลี่ยนไปให้ความสำคัญกับ Mobile Wallet และการชำระเงินผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ต้องพกเงินสด ซึ่งมีหลาย ๆ ประเทศกำลังพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงินและการชำระเงิน ให้รวดเร็วและสะดวกมากยิ่งขึ้น และนี่คือ10 ประเทศที่เป็นผู้นำไปสู่เศรษฐกิจไร้เงินสด

เบลเยียม (Belgium)

เบลเยียมมีกฎหมายในเรื่องเกี่ยวกับการจำกัดการชำระด้วยเงินสด ที่สามารถชำระเงินด้วยเงินสดได้เพียง 3,000 ยูโร หรือ 115,000 บาท และในตอนนี้กฎหมายเบลเยี่ยมกำลังดำเนินไปอีกขั้นเพื่อเปลี่ยนเป็นสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 93% ของผู้บริโภคในประเทศที่ชำระเงินโดยไม่ใช้เงินสด

ฝรั่งเศส (France)

ฝรั่งเศสมีกฎหมายที่คล้ายคลึงเช่นเดียวกันกับเบลเยียม คือประเทศไม่อนุญาตให้มีการทำธุรกรรมเงินสดเกิน 3,000 ยูโร  หรือ 115,000 บาท เพราะการใช้เงินสดในประเทศต้องใช้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งมีประชากรในประเทศ 92% ชำระเงินโดยไม่ใช้เงินสด

แคนาดา (Canada)

แคนาดาได้เดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสดในปี 2013 โดยทำการหยุดทำเหรียญ และใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีก็สามารถลดการใช้เงินสดของคนในประเทศได้  ซึ่งมีประชากรในประเทศใช้บัตรเดบิตมากถึง 88% และ  90% ของประชากรในประเทศชำระเงินโดยไม่ใช้เงินสด

สหราชอาณาจักร (United Kingdom)

            สหราชอาณาจักรก็เป็นอีกประเทศที่เดินเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างจริงจัง สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นรถเมล์สองชั้นในลอนดอนควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามี 'Oyster Card' หรือบัตรเติมเงินแล้วหรือยัง เพราะในปี 2014 มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของผู้โดยสารที่ใช้เงินสด โดยประชากรในประเทศได้หันมาใช้การชำระเงินผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แทน

สวีเดน (Sweden)

            สวีเดนเป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างรวดเร็ว  โดยประชากรในประเทศได้หันมาใช้บัตรเดบิต บัตรเครดิต และ Mobile Wallet ในการชำระสินค้าภายในประเทศ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการทำธุรกรรมทางการเงินด้วยเงินสดเพียง 2% เท่านั้น และธุรกิจก็ได้หันมารับชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันหรือเครื่องอ่านการ์ดกันมากขึ้นถึง 30% โดย 96% ของประชากรในประเทศที่ใช้ Debit card

เนเธอร์แลนด์ (Netherlands)

            เมื่อไปเนเธอร์แลนด์แล้วใช้บริการหรือซื้อของ อาจถูกถามตอนชำระเงินว่า มีบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตหรือไม่ ซึ่งบางร้านค้า หรือร้านอาหารต่าง ๆ ในประเทศได้ปฏิเสธการรับเงินสดแล้วเช่นกัน โดนประชากรในประเทศต่างยอมรับและเข้าใจสิ่งเหล่านี้ จึงส่งผลให้ประชากรในเนเธอร์แลนด์ 98% จากทั้งหมดมีบัตรเดบิตและใช้บัตรเดบิตกันอย่างแพร่หลาย

สหรัฐอเมริกา (United States)

            การเปลี่ยนแปลงการชำระเงินเป็นทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดย Apple ได้ประกาศบริการ ' Wallet ' ทำให้คนหันมาชำระเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้น

เยอรมนี (Germany)

            ในปี 2012 ผู้ประกอบการได้หันมาใช้ iPhone และเครื่องอ่านชิป EMV (ซึ่งเสียบอยู่ในโทรศัพท์เท่านั้น) เพื่อรับเครดิตหรือเดบิต ในการชำระเงินผ่านบัตรโดยใช้เทคโนโลยีจาก payWorks ของบริษัท  Munich

เกาหลีใต้ (South Korea)

            เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างก้าวกระโดด โดยในปัจจุบันการเดินทางในประเทศเกาหลีใต้ไม่มีการใช้เงินสดกันแล้ว โดยจะชำระค่าเดินทางผ่านบัตรใบเดียว ซึ่งในอนาคตกำลังก้าวสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ

จีน (China)

            ประเทศจีนคือประเทศที่กำลังเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเช่นกัน ด้วยการเป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นทำให้การใช้บัตรเดบิต บัตรเครดิต หรือการชำระเงินผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นจะสะดวกยิ่งกว่า โดยล่าสุดได้มีการชำระเงิน QR Code และการจ่ายเงินด้วยการสแกนใบหน้า (Smile to pay)

 

บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ ให้บริการสนับสนุนการจัดทำข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านบัญชี การเงิน และการบริหารให้แก่ผู้ประกอบการและองค์กรต่าง ๆ โดยเรามีกลุ่มทีมงานผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ arac@ar.co.th หรือโทร. (662) 439-4600

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2018-02-13 14:50:39
e-Wallet ทำให้การจ่ายเงินเป็นเรื่องง่ายขึ้น

            เราอยู่ในยุคที่หันไปทางไหนก็เจอแต่เทคโนโลยีที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงเกือบทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงิน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของมนุษย์เข้าสู่ยุค Mobile broadband และ Internet ทำให้เราสามารถชำระค่าสินค้าผ่านทางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ ที่เรียกกันว่า e-Wallet

            e-Wallet (กระเป๋าเงินออนไลน์) หรือคุ้นหูกันว่า e-Wallet และ Digital Wallet คือ ระบบการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน ด้วยบัตรเครดิตหรือเงินสด โดยเราไม่จำเป็นต้องเดินทางไปทำธุรกรรมทางการเงินที่ธนาคารด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นระบบที่มีความปลอดภัยสำหรับเงินหลากหลายสกุลเงิน ด้วยระบบนี้จะเป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อ เพื่อให้ลูกค้าหรือผู้ใช้งานแอปพลิเคชันสามารถชำระค่าสินค้าผ่านทางโทรศัพท์มือถือได้ หรือที่เรียกว่า Mobile Payment ในประเทศไทยมีผู้ใช้บริการมากมาย โดยผู้ที่จะเริ่มใช้ e-Wallet ต้องทำการสมัครสมาชิกกับทางบริษัทเจ้าของแอปเสียก่อน ถึงจะสามารถทำการชำระค่าสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยการเติมเงินเข้า e-Wallet หรือผูกกับบัญชีธนาคารก็ได้ ซึ่งสินค้าที่สามารถชำระผ่านแอปพลิเคชัน e-Wallet ได้นั้นหลัก ๆ ได้แก่ ซื้อสติ๊กเกอร์ Line, ชำระบิลค่าน้ำ-ค่าไฟ, เติมเงินโทรศัพท์มือถือ, ซื้อเพลง, ซื้อแอปพลิเคชัน, โอนเงิน และชำระค่าสินค้าอื่น ๆ ทำให้การชำระเงินนั้นทำได้สะดวก รวดเร็วและง่ายมากยิ่งขึ้น

แนะนำ 4 แอปพลิเคชันเป็นผู้ให้บริการ e-Wallet 

1. BluePay Wallet : กระเป๋าเงินออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการเติมเงินมือถือ ซื้อบัตรชมภาพยนตร์ ซื้อบัตรเติมเกม หรือชำระบิลต่าง ๆ รวมถึงโอนเงินโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม

2. Truemoney Wallet : เปิดให้ใช้บริการได้ทุกเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ โดยใช้ซื้อของออนไลน์ด้วยบัตร WeCard, จ่ายบิล, เติมเงินมือถือ, เติมเกม, เติม Easy Pass และอื่น ๆ

3. mPAY : เป็นบริการทางการเงินจาก AIS ให้บริการด้านการชำระเงินที่มีความปลอดภัยสูง สามารถเติมเงิน ชำระค่าบิล จ่ายค่าบัตรเครดิต ซื้อบัตรคอนเสิร์ต และอื่น ๆ อีกเพียบ

4. AirPay : ทางเลือกใหม่สำหรับการซื้อบัตรเงินสด,เติมเงินโทรศัพท์, เติมเครดิตเกมส์ และเลือกซื้อสินค้ามากมาย

บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ ให้บริการสนับสนุนการจัดทำข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านบัญชี การเงิน และการบริหารให้แก่ผู้ประกอบการและองค์กรต่าง ๆ โดยเรามีกลุ่มทีมงานผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ arac@ar.co.th หรือโทร. (662) 439-4600

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2018-02-13 14:52:44
การบัญชีการเงิน (Financial Accounting)

       การบัญชีการเงินเป็นหนึ่งในสาขาการบัญชี ที่จะติดตามธุรกรรมทางการเงินของบริษัท หรือเป็นบัญชีทางด้านการเงินที่ดูแลทั้งรายรับ - รายจ่าย รวมถึงเงินสดย่อย ที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ตามหลักการบัญชีที่รับรองมาตรฐานการบัญชี ซึ่งจะทำให้ได้รับผลไปบันทึกสรุป และนำเสนอในรายงานทางการเงินหรืองบการเงิน เช่น งบกำไรขาดทุน หรืองบดุล เป็นต้น เพื่อนำไปใช้ประกอบการวางแผน ควบคุม และตัดสินใจในการดำเนินการต่าง ๆ ของบริษัท

       โดยบริษัทจะต้องทำการออกงบการเงินตามตารางประจำให้กับผู้ใช้งบการเงินภายนอก เนื่องจากเงินบางส่วนต้องมีการแบ่งสันปันส่วนให้กับบุคคลภายนอก โดยผู้รับหลักเป็นเจ้าของบริษัท หรือผู้ถือหุ้น รวมถึงผู้ให้กู้บางราย ซึ่งหากหุ้นของบริษัทมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์งบการเงินของบริษัทและรายงานทางการเงิน อื่น ๆ มีแนวโน้มที่จะได้รับการเผยแพร่ไปในวงกว้าง ทำให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้ เช่นคู่แข่ง ลูกค้า พนักงาน องค์กรแรงงาน และนักวิเคราะห์การลงทุน

       อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญ คือต้องชี้ให้เห็นว่าวัตถุประสงค์ของการบัญชีการเงินไม่ได้เป็นแค่การรายงานมูลค่าของบริษัท แต่วัตถุประสงค์ของมัน คือการให้ข้อมูลที่เพียงพอสำหรับคนอื่น ๆ ในการประเมินมูลค่าของบริษัทสำหรับตัวเอง

 

บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ ให้บริการสนับสนุนการจัดทำข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านบัญชี การเงิน และการบริหารให้แก่ผู้ประกอบการและองค์กรต่าง ๆ โดยเรามีกลุ่มทีมงานผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ arac@ar.co.th หรือโทร. (662) 439-4600

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2018-02-13 14:55:58
4 แนวทางที่ FinTech กำลังจะมาเปลี่ยนแปลงการเงินทั่วโลก

           ในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นได้เทคโนโลยีมีการเจริญเติบโตขึ้นมากอย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งแนวความคิดและนวัตกรรมใหม่ ๆ ได้รับการพัฒนา เพื่อช่วยให้เราสามารถจัดการกับความซับซ้อนจำนวนมากที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา เช่นเดียวกับการเงินที่เป็นเรื่องยากของคนจำนวนมาก ได้มีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้เรื่องยากเป็นเรื่องที่ง่ายมากยิ่งขึ้น นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้สถาบันทางการเงิน เช่น ธนาคารทำผลกำไรและรายได้มหาศาล

            เป็นความจริงที่มนุษย์ทุกคนบนโลกต้องการเงินในการดำรงชีวิต จึงได้มีนวัตกรรมที่ชาญฉลาด ผลักดันภาคการเงินให้สู่ยุคใหม่ของเทคโนโลยี สิ่งนั้นเรียกว่า FinTech มาจาก Financial Technologies เป็นซอฟต์แวร์ดิจิทัล และแพลตฟอร์มที่สร้างขึ้นเพื่อให้บริการทางการเงินกับลูกค้าอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยเป็นเครื่องมือที่ถูกสร้างและปรับปรุงใหม่ ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อทำให้การใช้ชีวิตดีขึ้น สำหรับผู้ใช้ทั่วไป บริษัท และอุตสาหกรรมให้ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ในฐานะที่ FinTech เป็นเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงของการเงิน ในบทความนี้เราจะมากล่าวถึง 4 แนวทางที่กำลังจะมาเปลี่ยนแปลงการเงินในปัจจุบันและอนาคต

 

FinTech กับการให้กู้ยืมเงิน

            หนึ่งในสิ่งที่ใหญ่และทำกำไรให้กับอุตสาหกรรมทางการเงินมากที่สุดคือ การให้กู้ยืมเงิน โดยสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะใช้โมเดลที่มีอยู่ เพื่อสร้างรูปแบบใหม่ที่เหมาะสมกับธุรกิจทำให้บรรลุเป้าหมายและสร้างผลกำไรได้ดียิ่งขึ้น

            บทบาทของธนาคาร คือการทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างลูกค้าที่ต้องการฝากเงิน เพื่อออมทรัพย์ กับลูกค้าที่ต้องการกู้ยืมเงิน เพื่อจัดการธุรกรรมและความเสี่ยงในชีวิตตนเอง โดย FinTech ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจ กับการถือกำเนิดการให้กู้ยืมแบบ Peer-to-Peer (P2P) ซึ่งสรุปคร่าว ๆ ได้ว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นความพยายามเพื่อลดต้นทุนการกู้ยืมจากพ่อค้าคนกลางทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ด้วยการกู้ยืมประเภทนี้ทำให้ได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

FinTech กับการบริการให้ชำระเงิน

            อีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญของธนาคารเพื่ออำนวยความสะดวกในการโอนเงินและการชำระเงิน โดยเทคโนโลยีการให้บริการชำระเงินจะทำให้ธนาคารสามารถทำรายได้จากการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่ได้จากการโอนเงินของลูกค้าปีละหลายล้านบาท ซึ่งในอนาคต FinTech กำลังพยายามเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีในการโอนเงินและชำระเงินให้ดีมากขึ้น

            โดยการพัฒนาที่เป็นจุดเด่นสำหรับการบริการให้ชำระเงินทั้งในประเทศและต่างประเทศหลากหลายบริษัท อาทิเช่น PayPal หรือ TransferWise เป็นต้น ซึ่งให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ในการโอนเงินและชำระเงินได้อย่างสะดวกสบาย

 

FinTech กับการปรับปรุงประสบการณ์ใน Shopping Online

             เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจออนไลน์กำลังขยายตัวและได้รับลูกค้ารายใหม่อย่างมหาศาล แต่อย่างไรก็ตามลูกค้าก็ยังต้องการความปลอดภัยในขณะที่ซื้อสินค้าออนไลน์ด้วย นี่คือเหตุผลที่ลูกค้ากำลังมองหาประสบการณ์การชอปปิงที่ไม่เพียงแต่รวดเร็ว แต่ยังต้องปลอดภัยอีกด้วย

             ในฐานะที่ลูกค้าได้รับข่าวสารและสามารถศึกษากรณีฉ้อโกงต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้นบนสื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้นลูกค้าจึงมองหาธุรกิจที่สามารถซื้อและขายสินค้าของตนโดยไม่ถูกหลอกลวง หรือการสูญเสียเงิน เนื่องจากตลาดออนไลน์กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ มีผู้คนเข้ามาใช้บริการออนไลน์มากขึ้น บริษัทต่าง ๆ เช่น Stripe และ PayPal กำลังทำให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องกลัวหรือกังวลว่าจะถูกหลอกใด ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ในการซื้อของที่ดีที่สุด

 

FinTech กับการอำนวยความสะดวกในการชำระเงินที่รวดเร็ว

            ในปัจจุบันมีคนจำนวนมากมีใบแจ้งหนี้ส่งมาถึงมือในทุก ๆ เดือน จึงต้องชำระเงินให้ตรงเวลาและภายในระยะเวลาที่กำหนด ธนาคารต่าง ๆ จึงได้นำเทคโนโลยีเพื่อช่วยในการเรียกเก็บเงินจากรายได้ต่อเดือนของพวกเขา ทั้งทางแอปพลิเคชัน บาร์โค้ด และล่าสุดกับการชำระเงินผ่านบริการพร้อมเพย์

 

Source : https://thenextweb.com

 

บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ ให้บริการสนับสนุนการจัดทำข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านบัญชี การเงิน และการบริหารให้แก่ผู้ประกอบการและองค์กรต่าง ๆ โดยเรามีกลุ่มทีมงานผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ arac@ar.co.th หรือโทร. (662) 439-4600

คำภาษาไทยที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายการค้ารับทำบัญชีรับจดทะเบียนบริษัทจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าการส่งเสริมการลงทุนการบัญชีการเงิน,  รับตรวจสอบบัญชีงบการเงินการบัญชีบริหารภาษีอากรภาษีมูลค่าเพิ่ม 
คำภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้อง
TrademarkTrademark RegistrationBOIWork PermitAccountingFinance , auditfinancial statementmanagerial accountingTAXVATE-Filing

2018-02-13 13:37:27
บัตรแมงมุม (Mangmoom) พร้อมใช้กับรถไฟฟ้าและรถเมล์ ขสมก. 1 ตุลาคมนี้

            เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือสนข. ได้เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ว่าวันที่ 28 สิงหาคม ครม. มีมติรับทราบแนวทางการดำเนินงานการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมในปี 2560-2561 ตามที่กระทรวงคมนาคมได้เสนอ เรื่องการนำระบบตั๋วร่วมมาใช้ในการเดินทางของประชาชน เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทางในประเทศ โดยบัตรใบนี้มีชื่อเรียกว่า Mangmoom หรือบัตรแมงมุม เป็นบัตรที่ใช้ระบบตั๋วร่วม ที่เราสามารถใช้บัตรนี้เพียงใบเดียวในการเดินทาง หรือใช้กับการขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบ โดยแบ่งเป็น 1. บัตรบุคคลทั่วไป 2. บัตรนักศึกษา 3. บัตรผู้สูงอายุ  ซึ่งจะเปิดเริ่มใช้บริการในเดือนตุลาคมนี้ เพื่อรองรับการเริ่มใช้บัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยตามนโยบายของรัฐบาล และเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการค่าครองชีพรถเมล์และรถไฟฟ้าที่จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนนี้

77-728x410

            โดยโครงการระบบตั๋วร่วมจะสามารถใช้ได้การเดินทาง 5 ระบบ ดังนี้ รถเมล์โดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.), รถไฟฟ้าสายสีเขียว (BTS), รถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-บางซื่อ), รถไฟฟ้าใต้ดิน หรือรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (MRT), รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ (Airport Rail Link) หรือ รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ จะเปิดให้ใช้บริการเฉพาะสถานีร่วมก่อน เช่น หมอชิต พญาไท เป็นต้น และหลังจากนั้นจะเร่งรัดติดตั้งเครื่องอ่านบัตรแมงมุมในสถานีที่เหลือ คาดว่าจะติดตั้งได้ครบสมบูรณ์ทุกสถานีในช่วงมีนาคม 2561

            ในอนาคตถ้าติดตั้งระบบตั๋วร่วมได้สมบูรณ์ จะสามารถดึงดูดประชาชนให้มาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังทำให้ สนข.รับรู้สถิติการใช้บริการและรายได้ของผู้ใช้บริการ ซึ่งอาจสามารถนำข้อมูลมาต่อรองขอให้ผู้ใช้บริการปรับลดราคาลงได้

 

อ้างอิง : สำนักงานโครงการบริการจัดการระบบตั๋วร่วม, มติชนออนไลน์, กรุงเทพธุรกิจ

 

บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ ให้บริการสนับสนุนการจัดทำข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านบัญชี การเงิน และการบริหารให้แก่ผู้ประกอบการและองค์กรต่าง ๆ โดยเรามีกลุ่มทีมงานผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ arac@ar.co.th หรือโทร. (662) 439-4600

 

           

2018-11-16 14:35:48
Account consultant

ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาด้านบัญชีที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ควรสามารถไกล่เกลี่ย วิเคราะห์ ตีความ เก็บข้อมูลและสื่อสารความหมายของงบการเงินต่าง ๆ ต่อธุรกิจได้ เพื่อให้บรรลุความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ผู้ที่เป็นที่ปรึกษาด้านบัญชีควรมีความรับผิดชอบอย่างน้อย 3 ข้อ ดังต่อไปนี้

การจัดการข้อมูลทางการเงิน

การจัดการข้อมูลทางการเงิน เป็นการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และจัดเก็บข้อมูลทางการเงิน ในฐานะที่ปรึกษาด้านบัญชีควรทำงานใกล้ชิดกับลูกค้า เพื่อระบุแหล่งข้อมูลทางการเงิน และสร้างวิธีที่ดีที่สุดในการรวบรวม หรือประมวลผลข้อมูล ความสามารถในการประมวลผลข้อมูลทางการเงินและจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบเก่าแก่จะช่วยให้ลูกค้าของคุณสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดทางการเงินของตนได้ นอกจากนี้ที่ปรึกษาด้านบัญชีจะต้องช่วยลูกค้าในการพัฒนา และปรับเปลี่ยนขั้นตอนการควบคุมทางการเงิน

เสนอคำแนะนำ

ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาด้านบัญชีจะต้องให้คำแนะนำทางการเงินที่ถูกต้อง เนื่องจากในกรณีส่วนใหญ่ที่ปรึกษาด้านบัญชีทำงานโดยอิสระควรให้คำแนะนำทางการเงินที่เฉพาะเจาะจงแก่ลูกค้า ตัวอย่างเช่นความชำนาญในสาขาบัญชีที่มีความสำคัญและไม่ใช้หลักเช่นการตรวจสอบทางกฎหมายอาจทำให้ลูกค้าได้รับเพิ่มเติม ในฐานะที่ปรึกษาด้านการตรวจสอบทางกฎหมายคุณจะต้องให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลทางกฎหมายของสถานการณ์ทางบัญชีต่าง ๆ

บังคับใช้การปฏิบัติตามข้อกำหนดทางการเงิน

การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการเงินเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการอยู่รอดทางธุรกิจ ในฐานะที่ปรึกษาด้านบัญชีควรแนะนำลูกค้าให้ดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง เช่นการทำงบการเงินอย่างสม่ำเสมอ การตรวจสอบผลการดำเนินงานทางการเงินประจำปีของลูกค้า โดยคำนวณอัตราภาษีและยื่นภาษีที่จำเป็น เป็นต้น นอกจากนี้ที่ปรึกษาด้านบัญชีควรช่วยพนักงานบัญชีของลูกค้าในการจัดทำงบการเงินครึ่งปีและประจำปี

 

บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ ให้บริการสนับสนุนการจัดทำข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านบัญชี การเงิน และการบริหารให้แก่ผู้ประกอบการและองค์กรต่าง ๆ โดยเรามีกลุ่มทีมงานผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ arac@ar.co.th หรือโทร. (662) 439-4600

 

2018-11-16 14:35:57
งบการเงิน (Financial statements) คืออะไร?

    งบการเงิน (Financial statements) เป็นการรวบรวมรายงานเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน และกระแสรายได้ขององค์กร ซึ่งมีประโยชน์และจำเป็นมาก ๆ สำหรับกำหนดความสามารถของธุรกิจในการสร้างรายได้ รวมถึงแหล่งที่มาและการใช้รายได้ เพื่อพิจารณาว่าธุรกิจมีความสามารถในการชำระคืนหนี้หรือไม่ หรือติดตามผลลัพธ์ทางการเงินในรูปแบบเส้นแนวโน้มเพื่อชี้ประเด็นปัญหาความสามารถในการทำกำไรของบริษัท ซึ่งจะทำให้ได้อัตราส่วนทางการเงินจากงบที่สามารถบ่งบอกถึงสภาพของธุรกิจ และสามารถตรวจสอบรายละเอียดของธุรกรรมทางธุรกิจบางอย่างตามที่อธิบายไว้ในการเปิดเผยข้อมูลที่มาพร้อมกับแถลงการณ์ได้ งบการเงินมีการแบ่งเป็นประเภทหลัก ๆ ดังนี้


- งบดุล (Balance sheet) แสดงถึงสินทรัพย์ หนี้สินและส่วนของผู้ถือหุ้น ณ วันที่รายงาน 
- งบกำไรขาดทุน (Income statement) แสดงผลการดำเนินงาน และกิจกรรมทางการเงินของกิจการ สำหรับรอบระยะเวลารายงาน ทั้งรายได้ ค่าใช้จ่าย กำไรและขาดทุน 
- งบกระแสเงินสด (Statement of cash flows) แสดงการเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินสดของกิจการในระหว่างงวดการรายงาน 
- งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ (Statement of changes in equity) หรืองบกำไรสะสม แสดงการเปลี่ยนแปลงในส่วนของธุรกิจของคุณในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ 


หมายเหตุ : รวมถึงคำอธิบายเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบัญชีบางบัญชีและรายการอื่น ๆ ตามที่กำหนดโดยกรอบการบัญชีที่ใช้ เช่น GAAP หรือ IFRS


    หากธุรกิจวางแผนที่จะออกงบการเงินแก่ผู้ใช้ภายนอก เช่น นักลงทุน หรือผู้ให้กู้ งบการเงินควรจัดรูปแบบตามกรอบการบัญชีที่สำคัญอย่างใดอย่างหนึ่ง กรอบเหล่านี้อนุญาตให้มีการปรับโครงสร้างงบการเงินให้มากขึ้นได้ ดังนั้นข้อความที่ออกโดยบริษัทอื่น ๆ หรือแม้ในอุตสาหกรรมเดียวกันอาจมีลักษณะที่แตกต่างออกไป งบการเงินที่ออกให้กับบุคคลภายนอกอาจได้รับการตรวจสอบ เพื่อยืนยันความถูกต้องด้วย

 

บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ ให้บริการสนับสนุนการจัดทำข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านบัญชี การเงิน และการบริหารให้แก่ผู้ประกอบการและองค์กรต่าง ๆ โดยเรามีกลุ่มทีมงานผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ arac@ar.co.th หรือโทร. (662) 439-4600

 

2018-11-16 14:36:05
เคล็ดลับง่าย ๆ ของการบัญชีสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็ก

     การบัญชีเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการเริ่มต้นและดำเนินธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ถ้าธุรกิจไม่มีการทำบัญชี เส้นทางการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการนั้นอาจทำทำให้ธุรกิจไม่อยู่รอด ฉะนั้นวันนี้เราหยิบเคล็ดลับ(ที่ไม่ลับ) เล็ก ๆ น้อย ๆ ของการบัญชีมาให้ผู้เริ่มต้นธุรกิจของตนเอง


จ้างมืออาชีพด้านบัญชี
     แต่ละสถานการณ์ในการทำธุรกิจเริ่มต้นจะไม่เหมือนกัน ฉะนั้นการบัญชีของบริษัทจึงจำเป็นที่จะต้องมีคนที่เป็นมืออาชีพด้านบัญชีมาก ๆ เพื่อไม่ให้มีการผิดพลาดของตัวเลขที่มีการซับซ้อน ซึ่งการจ้างมืออาชีพโดยทั่วไปส่วนใหญ่จึงจะเริ่มต้นจากการมีผู้ทำบัญชี (bookkeeper)  เพราะบริการของผู้ทำบัญชีมีความหมายสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจเป็นอย่างมาก  โดยผู้ทำบัญชีจะช่วยให้คุณเริ่มต้นธุรกิจด้วย ระบบบันทึกข้อมูลที่ดี รวมถึงการทำธุรกรรมทางการเงินและจัดทำงบการเงินของบริษัท เมื่อธุรกิจเติบโตมีโครงสร้างทางธุรกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น การจ้างผู้สอบบัญชีจะเหมาะสมอย่างมาก แต่สำหรับธุรกิจขนาดเล็กอาจเป็นกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการจ้างนักบัญชีที่ต้องจ้างนักบัญชีหลายคนเกินไป ฉะนั้นคุณอาจจะเลือกจัดเตรียมการทำบัญชีด้วยตนเองหรือมีพนักงานทำบัญชีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้เพียงคนเดียว เพื่อใช้สำหรับการวางแผนภาษีสิ้นปีของคุณ


วิธีการบัญชี
     มีเพียงสองวิธีการบัญชีที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไป ได้แก่ บัญชีเงินสด และการบัญชีคงค้าง วิธีการคิดคงค้างแสดงถึงสภาพทางการเงินในแบบเรียลไทม์ ซึ่งซอฟต์แวร์บัญชีส่วนใหญ่จะช่วยให้กระบวนการบัญชีคงค้างง่ายขึ้น และการย้ายจากระบบเงินสดเป็นรายได้อาจทำได้ง่ายเหมือนกับการทำในซอฟต์แวร์บัญชีของคุณ อย่างไรก็ตามหากคุณดำเนินธุรกิจแบบง่าย ๆ และมีรายได้ต่ำอย่ารู้สึกกดดันที่จะใช้ระบบสะสมรายได้


     เมื่อคุณวางแผนที่จะจ้างนักบัญชี หรือผู้ทำบัญชีอย่าลืมหาคนที่คุณไว้วางใจและสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงด้วย เพราะคุณต้องการคำแนะนำ และแนวทางในการขับเคลื่อนธุรกิจของคุณในปัจจุบัน และในอนาคต ให้พวกเขาช่วยคุณเลือกวิธีการทางบัญชีที่เหมาะกับคุณมากที่สุดและรับฟังความหมายของตัวเลขและคำแนะนำที่ตามมา จะเป็นวิธีที่ดีมากในการทำธุรกิจ 

 

2018-11-16 14:36:13
นวัตกรรมใหม่ พลิกโฉมสำนักบัญชีแบบเดิมสู่สำนักบัญชีดิจิทัล

จากยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่จะพัฒนาประเทศไปสู่ดิจิทัล โดยการเตรียมขับเคลื่อนประเทศเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายในสู่ภายนอก ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไทยสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล (Digital Economy หรือ DE) เป็นกลไกสำคัญที่จะใช้เทคโนโลยีและการสื่อสารในการขับเคลื่อนการปฏิรูปกระบวนการผลิต การดำเนินธุรกิจ การค้า และอื่น ๆ จากยุทธศาสตร์ดังกล่าวทำให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเล็งเห็นความสำคัญของการปรับเปลี่ยนรูปแบบสำนักงานบัญชีแบบดั้งเดิมให้กลายเป็น สำนักงานบัญชีดิจิทัลหรือที่เรียกว่า Digital Accounting Firm โดยเป็นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ให้บริการด้านการทำบัญชีแก่ลูกค้า ในการรวบรวม วิเคราะห์ จัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลอย่างมีระบบและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งมีโปรแกรมดังต่อไปนี้

1. FlowAccount

     เป็นโปรแกรมบัญชีออนไลน์ สำหรับธุรกิจที่พึ่งเริ่มต้น ซึ่งสามารถทำบัญชีได้ทั้งบนคอมพิวเตอร์และบนแอพพลิเคชัน โดยจะประหยัดเวลา และถูกต้องตามมาตรฐาน ช่วยบริหารจัดการงานเอกสารที่ยุ่งยากให้เป็นเรื่องง่ายสามารถเปิดเอกสารต่าง ๆ ได้ทันที

ac1

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : flowaccount.com

 

2. AccRevo

     เป็นผู้ให้บริการด้านบัญชี โดยมีโปรแกรมบัญชีฟรี ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีความสะดวก บริหารจัดการความยุ่งยากด้านเอกสารทางบัญชีได้ง่าย ทุกที่ทุกเวลา และช่วยให้ผู้ประกอบการ รับรู้ผลประกอบการที่ถูกต้องได้เร็วขึ้น

     AccRevo เป็นแพลตฟอร์มกลาง ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำบัญชี สู่การทำบัญชีออนไลน์ โดยจะมีการเชื่อมโยงข้อมูล และควบคุมความถูกต้อง ตั้งแต่กระบวนการการออกเอกสาร ทำบัญชี จนถึงออกรายงานทางบัญชี ส่งผลให้ ผู้ประกอบการได้รับการดูแลทางบัญชีที่ดีขึ้น รวดเร็ว ถูกต้อง และ มีคุณภาพ

ac2

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.accrevo.com

 

3. Express on Cloud

     เป็นโปรแกรมบัญชีที่สามารถเข้าถึงได้ทุกทีทุกเวลาผ่านเว็บเบราวเซอร์และแอพพลิเคชันได้ทันที  ในการเดินหน้าเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 ที่มีการเพิ่มบริการ Express on Cloud ทำให้ผู้ใช้ระบบ Express สามารถทำงานได้ในระบบของ Cloud  ที่มีคุณภาพ มั่นคง และปลอดภัย จากบริการแบบเดิม เพราะเพียงแค่เชื่อมต่อ Internet จะสามารถใช้ Express จากที่ไหนก็ได้ หรือต้องการใช้งานบน Tablet , Smart Phone จอใหญ่ Express on Cloud คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ซึ่งในอนาคตจะมีการพัฒนาระบบ Express on Cloud เพื่อเชื่อมโยงกับทุกเครือข่ายได้มากยิ่งขึ้น

ac3

สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : www.esg.co.th

 

2018-11-16 14:36:21
ความแตกต่างของการสอบบัญชีกับการบัญชี

    ปัจจุบันมีบุคคลทั่วไป หรือบุคคลที่ใช้งบการเงิน กำลังสับสนกับคำว่า การสอบบัญชีกับการบัญชี โดยสองคำนี้มีความหมายที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้


    การสอบบัญชี คือกระบวนการรวบรวม ตรวจสอบ และประเมินหลักฐานเกี่ยวกับเอกสารประกอบการลงบัญชี ซึ่งต้องทำโดยผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี เพื่อให้สามารถระบุ และรายงานเกี่ยวกับงบการเงินที่บริษัท หรือกิจการต่าง ๆ ได้จัดทำขึ้นว่ามีความถูกต้อง สอดคล้อง หรือขัดกับข้อเท็จจริง ซึ่งต้องไปเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือหลักการบัญชีที่ได้รับรองทั่วไป และการสื่อสารผลลัพธ์ให้ผู้ที่ใช้สนใจได้
    การบัญชี คือ กระบวนการจดบันทึก การจัดประเภท และสรุปรายการทางการค้าอย่างมีเหตุและผล เพื่อให้เอกสารทางการเงินสำหรับการตัดสินใจของผู้ใช้ทั้งภายใน เช่น ผู้บริหาร และภายนอก เช่น ผู้ลงทุน และบุคคลทั่วไป เป็นต้น นอกจากนี้เพื่อป้องกันการทุจริต และการสูญหายของทรัพย์สินขององค์กรนั้น ๆ  ซึ่งการทำบัญชีต้องเป็นไปตามข้อบังคับของกฎหมาย และมาตรฐานการรายงานทางการเงิน เพื่อสามารถนำไปใช้คำนวณภาษีให้แก่รัฐได้อย่างถูกต้อง
    จะเห็นได้ว่าการสอบบัญชี กับการบัญชีแตกต่างกันอย่างชัดเจน ในเมื่อมีการทำบัญชีรายการทางการค้าแล้ว ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตรวจสอบบัญชี เพราะถ้างบการเงินของบริษัทผ่านการตรวจสอบ และได้รับการแสดงความคิดเห็นจากผู้ตรวจสอบบัญชีแล้ว จะทำให้ข้อมูลบัญชีของบริษัทมีความน่าเชื่อถือที่จะทำให้ ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน รวมถึงบุคคลอื่น ๆ สามารถเชื่อมั่นในงบการเงินที่ถูกต้องได้ในระดับหนึ่ง 

 

2018-11-16 14:36:27
การบัญชี (Accounting) คืออะไร?

     Accounting หรือการบัญชี คือ การบันทึกธุรกรรมทางการเงิน รวมถึงการจัดเก็บ จัดเรียง เรียกดึงข้อมูล สรุปและนำเสนอข้อมูลในรายงาน การวิเคราะห์ต่าง ๆ การบัญชีสามารถแบ่งออกเป็นหลายสาขา มีทั้งการบัญชี การเงิน การจัดการบัญชี การตรวจสอบบัญชี บัญชีภาษีและบัญชีต้นทุน ฉะนั้นการบัญชีจึงเป็นอาชีพที่ประกอบด้วยบุคคลที่ได้รับการศึกษาที่เฉพาะทาง เพื่อดำเนินงานเหล่านี้

     ส่วนหนึ่งของการบัญชีมุ่งเน้นไปที่การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของงบการเงินทั่วไป เช่น งบดุล งบกำไรขาดทุน และอื่น ๆ แก่บุคคลภายในและภายนอกบริษัท โดยรายงานเหล่านี้ต้องจัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป มักเรียกกันว่า มาตรฐานการบัญชี (GAAP) ซึ่งการบัญชียังเป็นการจัดการให้ผู้บริหารของบริษัท มีข้อมูลที่จำเป็น เพื่อให้ธุรกิจมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง ทั้งนี้ การวิเคราะห์ และการรายงานข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้เผยแพร่ไปนอกบริษัททั้งหมด เพราะข้อมูลบางส่วนจะมาจากการทำธุรกรรมที่บันทึกไว้ แต่ข้อมูลบางส่วนจะเป็นข้อมูลประมาณการตามสมมติฐานต่าง ๆ โดยตัวอย่างของการวิเคราะห์ และรายงานภายใน ได้แก่ งบประมาณมาตรฐานในการควบคุมการดำเนินงาน และการประเมินราคาขายสำหรับการเสนอราคางานใหม่ เป็นต้น

     นอกจากนี้การบัญชียังเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐ ซึ่งเกี่ยวกับการรายงานภาษีเงินได้ของบริษัทอีกด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้การบันทึก การจัดเก็บ และการจัดเรียงด้านการบัญชีเป็นไปอย่างอัตโนมัติ เนื่องจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่มีความทันสมัยมากขึ้นจากอดีต

 

บริษัท เอ.อาร์.แอ็คเคานติ้ง คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นสำนักงานบัญชีคุณภาพ ให้บริการสนับสนุนการจัดทำข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลทางด้านบัญชี การเงิน และการบริหารให้แก่ผู้ประกอบการและองค์กรต่าง ๆ โดยเรามีกลุ่มทีมงานผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ arac@ar.co.th หรือโทร. (662) 439-4600

 

2018-11-16 14:36:34
Cloud Accounting พัฒนาการบัญชีสู่ยุคดิจิทัล

     Cloud Accounting  หรือระบบบัญชีออนไลน์แบบคลาวด์จะเข้ามามีบทบาทกับการจัดการบัญชีในอนาคตอันใกล้นี้อย่างแน่นอน เนื่องจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกองกำกับบัญชีธุรกิจ เล็งเห็นความสำคัญของเทคโนโลยีที่จะนำมาพัฒนาจัดการกับระบบบัญชีในสำนักงานบัญชีแบบดั้งเดิมให้เป็น สำนักงานบัญชีดิจิทัล หรือที่เรียกว่า Digital Accounting Firm 


     โดยซอฟต์แวร์ Cloud Accounting  มีลักษณะคล้ายคลึงกับรูปแบบธุรกิจของ SaaS (Software as a Service) คือการขายซอฟต์แวร์ โดยให้บริการผ่านทาง อินเทอร์เน็ต แต่ของ Cloud Accounting  จะส่งข้อมูลเข้าไปในคลาวด์ ซึ่งจะมีการประมวลผล และส่งคืนให้กับผู้ใช้ในฟังก์ชันแอพพลิเคชันทั้งหมด โดยผู้ใช้จะใช้นอกสถานที่ทำงานที่ไม่ใช่บนเดสก์ท็อปก็ได้ เพราะใน Cloud Computing ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแอพพลิเคชัน หรือโปรแกรมประยุกต์ (applications software) จากระยะไกลผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือเครือข่ายอื่น ๆ ผ่านทางผู้ให้บริการแอพพลิเคชันบนระบบคลาวด์ เพราะในส่วนของ Cloud Accounting จะทำให้ธุรกิจไม่ต้องติดตั้ง และดูแลรักษาซอฟต์แวร์บนคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง นอกจากนี้ยังช่วยให้พนักงานในแผนกอื่น ๆ หรือสำนักงานสาขาต่าง ๆ สามารถเข้าถึงข้อมูล และซอฟต์แวร์เวอร์ชันเดียวกันได้ ซึ่งจะง่ายในการรับรายงาน และการเปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์ทั่วทั้งองค์กร ด้วยความสามารถในการใช้โทรศัพท์มือถือ และการทำงานร่วมกันที่มากขึ้น โดยการใช้งานต้องสมัครเป็นสมาชิกเพื่อใช้งาน โดยจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน หรือ รายปี ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ให้บริการ Cloud Accounting และในกรณีส่วนใหญ่การสมัครสมาชิกเหล่านี้เป็นพื้นฐานการใช้งาน ฉะนั้นบริษัทที่ชำระบัญชีแบบ Cloud Accounting จะได้รับการอัพเดทซอฟต์แวร์ทันที โดยไม่จำเป็นต้องซื้อซอฟต์แวร์เพิ่มเติม

 

2018-11-16 14:36:44
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ : ใกล้ช่วงเวลาส่งงบการเงินประจำปี เข้าไปทุกขณะ แล้วนะคะ ทาง DBD ฝากประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการเตรียมพร้อมในการยื่นงบการเงินผ่านระบบ DBD e-Filing ทุก ๆ กิจการค่ะ และฝาก Check List - วิธีการตรวจสอบแนวทางปฎิบัติเกี่ยวกับการรับงบการเงิน กรณีนำส่งด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ ให้เช็คเอกสารกันดีๆ ตามรายละเอียดนี้ เพื่อการยื่นงบการเงินได้ไม่ผิดพลาด และจะได้ไม่เสียเวลา อีกทั้งเสี่ยงกับการโดนค่าปรับกันค่ะ ^ ^

ARAC, หนึ่งในกลุ่ม AR Group, สำนักงานบัญชีคุณภาพ ที่ได้รับการรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และที่ปรึกษากระทรวงการคลัง ยินดีให้บริการผู้ประกอบทุก ๆ ท่านเพื่อการดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงและเรียบร้อยคะ

 

2018-11-16 14:36:50