ข่าวดีสำหรับบริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล! ในช่วงเวลาเดียวกับที่รัฐบาลออกมาตรการ "เที่ยวดีมีคืน" ให้กับคนทั่วไป ตอนนี้ถึงคิวของฝั่งบริษัทที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบเต็ม ๆ แล้ว
ครม. ได้อนุมัติ "มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดอบรมสัมมนาภายในประเทศ" ซึ่งเป็นโอกาสทองสำหรับบริษัทที่จะวางแผน Outing, อบรมพนักงาน, หรือวางแผนกลยุทธ์ปลายปี
แต่ต้องรีบหน่อย! เพราะมาตรการนี้มีระยะเวลาจำกัดเช่นกัน คือ ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม - 15 ธันวาคม 2568 (เพียง 48 วันเท่านั้น)
บทความนี้จะสรุป "ความน่าสนใจ" และ "สิ่งที่นิติบุคคลต้องรู้" เพื่อใช้สิทธิ์ให้คุ้มค่าที่สุด
ทำไมบริษัทไม่ควรพลาด?
จุดเด่นของมาตรการนี้คือการให้สิทธิประโยชน์ในการหักรายจ่ายทางภาษี "เพิ่มขึ้น" จากปกติ โดยแบ่งเป็น 2 ระดับที่ชัดเจน
1. จัดอบรมสัมมนาใน "เมืองรอง" (55 จังหวัด)
สิทธิประโยชน์: หักรายจ่ายได้ 2 เท่า
ดังนั้น หากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการจัดสัมมนา 100,000 บาท ปกติจะหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ 100,000 บาท แต่ด้วยมาตรการนี้ บริษัทสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ถึง 200,000 บาท ช่วยให้บริษัทประหยัดภาษีนิติบุคคลได้มากขึ้นเป็นเท่าตัว!
2. จัดใน "เมืองหลัก" (และพื้นที่อื่นนอกเมืองรอง)
สิทธิประโยชน์: หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า
ดังนั้น หากมีค่าใช้จ่าย 100,000 บาท บริษัทสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 150,000 บาท
นี่คือกลยุทธ์จากภาครัฐที่ต้องการกระจายรายได้และส่งเสริมให้บริษัทต่าง ๆ หันไปจัดกิจกรรมในเมืองรองมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสดีที่บริษัทจะได้พาทีมงานไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ พร้อมกับประหยัดภาษีไปพร้อมกัน
เช็กลิสต์! 4 สิ่งที่ "บริษัท" ต้องรู้ก่อนใช้สิทธิ์
การใช้สิทธิ์ทางภาษีมีรายละเอียดเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าฝ่ายบัญชีจะไม่พลาด มาดูข้อควรทราบสำคัญ
(ที่อ้างอิงจากข้อมูลในภาพและหลักเกณฑ์ทั่วไป)
1. ย้ำอีกครั้ง! รายจ่ายทั้งหมดต้องเกิดขึ้นและชำระเงิน ภายในวันที่ 29 ต.ค. - 15 ธ.ค. 2568 เท่านั้น วันที่บนใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงินต้องอยู่ในช่วงเวลานี้
2. ค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่เข้าเกณฑ์? : ค่าห้องสัมมนา ค่าห้องพัก (โรงแรม, รีสอร์ต) ค่าขนส่ง (เช่น ค่าเช่ารถบัส, ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน) ค่าอาหารและเครื่องดื่ม (ที่เกิดขึ้นในสถานที่จัดสัมมนา) และค่าบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสัมมนา
3. "กับดักเมืองรอง" (ข้อควรระวังสำคัญ!)
"กรณีค่าใช้จ่ายที่สามารถแยกได้ชัดเจนว่าส่วนใดเป็นเพื่อการท่องเที่ยว และส่วนใดเป็นเพื่อการจัดอบรมสัมมนา ให้หักรายจ่ายได้เพียง 1.5 เท่า แม้ว่าจะจัดในเมืองรองก็ตาม"
นั่นก็คือ หากบริษัทจัด Outing ที่มีทั้ง "สัมมนา (พนักงาน)" และ "ท่องเที่ยว (เช่น พนักงานพาครอบครัวไปด้วย)" และไม่สามารถแยกบิลค่าใช้จ่ายของครอบครัวออกจากพนักงานได้ชัดเจน สิทธิ์ 2 เท่าในเมืองรองจะถูกลดเหลือ 1.5 เท่าทันที! ดังนั้นหากต้องการใช้สิทธิ์ 2 เท่าเต็ม ๆ บริษัทควรวางแผนให้เป็นการสัมมนาสำหรับพนักงานล้วน ๆ และแยกบิลทุกอย่างให้ชัดเจน
4. เอกสารที่ต้องมี
สำหรับการตรวจสอบของกรมสรรพากร บริษัทต้องเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน ซึ่งโดยทั่วไปจะประกอบด้วย
- โครงการอบรมสัมมนา (ระบุวัตถุประสงค์, วันที่, สถานที่, รายชื่อผู้เข้าร่วม)
- ใบกำกับภาษีเต็มรูป หรือ ใบเสร็จรับเงิน (ที่ระบุชื่อบริษัทของเราชัดเจน)
- หลักฐานการจ่ายเงิน (เช่น Bank Statement)
